Log in or Sign up
ติดต่อลงโฆษณา
[email protected]
หรือโทร. 081-811-1138 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
Forums
>
Portal
>
News
>
รถแข่งขุมพลังไฮบริดจากปอร์เช่ที่เร็วยิ่งกว่ารถแข่ง Formula One
>
Reply to Thread
Name:
Verification:
Please enable JavaScript to continue.
Loading...
Message:
<p>[QUOTE="News, post: 7099470, member: 3"]<p style="text-align: center"><img src="https://i.imgur.com/2pWkG5A.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>วันจันทร์ที่ 9 เมษายน 2018 รถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด อีโว (Porsche 919 Hybrid Evo) เจ้าของ ตำแหน่งแชมป์รายการ Le Mans สร้างสถิติใหม่ด้วยระยะเวลาต่อรอบเร็วที่สุดของสนามแข่ง Spa-Francorchamps จากการขับขี่อย่างยอดเยี่ยมเกินคำบรรยายของนักแข่งทีมโรงงานปอร์เช่ Neel Jani นำพารถแข่งพลังแรงโลดแล่น ผ่านระยะทาง 7.004 กิโลเมตร รอบสนามแข่งที่ใช้ในรายการ Belgian Grand Prix ท่ามกลางความสงบของเทือกเขา Ardennes ด้วยเวลาอันเป็นสถิติ 1:41.770 นาที นักแข่งวัย 34 ปี ชาวสวิสเซอร์แลนด์รายนี้คือผู้ที่วิ่งรอบสนามด้วยความเร็วกว่าสถิติเดิมถึง 0.783 วินาที ตัวเลขดังกล่าวเคยเกิดขึ้นจากฝีมือของ Lewis Hamilton (สหราชอาณาจักร) หลังพวงมาลัยของรถแข่ง Mercedes F1 W07 Hybrid โดยในครั้งนั้น Hamilton สามารถทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดภายใน 1:42.553 นาที ซึ่งเขาได้สร้างสถิติไว้เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2017 และแน่นอนว่าเป็นการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งหรือ F1 ที่เขาคว้าตำแหน่งโพลไปครองได้เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ส่วน Jani สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 359 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทำความเร็วเฉลี่ยถึง 245.61 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การวิ่งรอบที่ถูกบันทึกเป็นสถิติ เริ่มต้นขึ้นในเวลา 10:23 น. อุณหภูมิอากาศขณะนั้นอยู่ที่ 11° องศาเซลเซียส สำหรับอุณหภูมิพื้นผิวสนามอยู่ที่ 13° องศาเซลเซียส</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.imgur.com/lWZ6jD1.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>Fritz Enzinger รองประธานกรรมการบริหาร ผู้ดูแลรับผิดขอบส่วนงาน LMP1 ของปอร์เช่ ได้กล่าวว่า "การขับที่เกิดขึ้น ในรอบนี้คือความมหัศจรรย์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือการประสานงานอย่างลงตัวระหว่างฝีไม้ลายมืออันโดด เด่นของ Neel และสุดยอดผลงานทางวิศวกรรมของเราสถิติเวลาต่อรอบอันน่าประทับใจดังกล่าวคือบทพิสูจน์ถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมจากนวัตกรรมรถแข่งที่ล้ำสมัยที่สุดในช่วงเวลาของมัน เป้าหมายของเราคือการแสดงให้เห็นเป็นที่ ประจักษ์ถึงศักยภาพของรถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด (Porsche 919 Hybrid) ที่ปราศจากซึ่งพันธนาการของข้อกำหนดต่างๆ มากมายที่ถูกจำกัดในการแข่งขัน"</p><p><br /></p><p>หัวหน้าทีมแข่ง Andreas Seidl กล่าวเสริมต่อไปอีกว่า "ความสำเร็จที่ต่อยอดเพิ่มขึ้นในครั้งนี้เป็นผลจากการทุ่มเททำงานอย่างหนักของทีมงานปอร์เช่ LMP และในวันนี้สิ่งที่ได้รับคือความภูมิใจสูงสุดที่เกิดขึ้นกับบรรดาวิศวกรมือฉมังของเรา ไม่ใช่แค่เพียง Neel และทีมงานเท่านั้นที่เป็นหัวใจของการบรรลุเป้าหมายนักขับทั้ง 6 รายที่ลงแข่งในรายการ LMP1 ฤดูกาล 2017 ล้วนแล้วแต่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์โครงการนี้ให้สำเร็จลุล่วงจุดมุ่งหมายของพวกเรา ทุกคนคือการแสดงให้เห็นว่า รถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด (Porsche 919 Hybrid) มีสมรรถนะที่เหนือชั้นเพียงใดเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ World Endurance Championship ดังเช่นทุกครั้งที่ลงสนาม"</p><p><br /></p><p>ด้วยความล้ำเลิศของรถแข่ง 919 ไฮบริด (919 Hybrid) ทีมแข่งปอร์เช่สามารถคว้าชัยชนะในรายการแข่งขัน Le Mans 24 ชั่วโมง ได้ติดต่อกัน 3 ฤดูกาล ตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2017 รวมทั้งครองตำแหน่งแชมป์โลกทั้งประเภทโรงงานผู้ผลิตและประเภทนักขับจากการเข้าร่วมประลองความเร็วในรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับนานาชาติ FIA World Endurance Championship (WEC) ภายในฤดูกาลเดียวกัน</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.imgur.com/gkqUavF.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>Neel Jani แสดงความคิดเห็นไว้ว่า "รถแข่ง 919 อีโว (919 Evo) สร้างผลงานได้สุดประทับใจ นี่คือรถแข่งที่วิ่งได้เร็วที่สุดเท่าที่ผมเคยขับมาเลยทีเดียว ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนของมันนั้นได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับผม แน่นอนว่าไม่อาจจินตนาการสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าจนกว่าจะได้สัมผัสมันด้วยมือตัวเอง ความเร็วอันน่าเหลือเชื่อที่ทำได้ ต่อการวิ่งหนึ่งรอบสนามของ 919 อีโว (919 Evo) ตอบสนองต่อทุกปฏิกิริยาของการขับขี่ มันช่างมีความแตกต่างเป็นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับการแข่งขันในรายการ WEC เราไม่เพียงแค่ไปได้รวดเร็วกว่ารถแข่ง F1 ที่คว้าตำแหน่ง โพลในฤดูกาล 2017 แต่ในวันนี้เวลาต่อรอบของเราเร็วกว่าเดิมถึง 12 วินาทีเมื่อเปรียบเทียบกับตำแหน่ง โพลของเราเองในการแข่งขัน WEC ปีที่แล้ว! เรามีช่วงเวลา 3 วันอันน่าอัศจรรย์ที่สนาม Spa แห่งนี้ ช่วงเช้าของวันหลังจากเริ่มต้นการวิ่งในรอบแรก ผมสามารถรับรู้ได้ถึงสมรรถนะเหนือระดับของรถแข่งคันนี้ ทีมวิศวกรทำผลงานของพวกเขาออกมาดีเยี่ยม ตัวรถได้รับการปรับแต่งอย่างสมบูรณ์แบบและยางมิชลิน (Michelin) ให้การตอบสนองที่เร้าใจ ต้องขอขอบคุณไปยังทีมงานปอร์เช่ทุกคนสำหรับประสบการณ์การขับขี่ที่หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว"</p><p><br /></p><p><b>ปลดปล่อยพันธนาการเพื่อทำลายสถิติ</b></p><p><br /></p><p>กฎข้อบังคับทางเทคนิคที่ได้รับการกำหนดขึ้นโดย FIA สำหรับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ WEC และ Le Mans ทำหน้าที่ของมันได้อย่างไม่มีที่ติในแง่มุมของการช่วยให้เกิดการแข่งขันที่สูสีระหว่างรถแข่งต้นแบบใน class 1 Le Mans hybrid prototypes ซึ่งทีมโรงงานที่เข้าร่วมประกอบด้วยอาวดี้ (Audi), ปอร์เช่ (Porsche) และโตโยต้า (Toyota) อย่างไรก็ตามยังคงมีหนึ่งคำถามที่ยังค้างคาใจ - รถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด (Porsche 919 Hybrid) จะสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้มากแค่ไหน หากปราศจากกฎข้อบังคับที่คอยควบคุมมันเอาไว้ - จนกระทั่งบัดนี้คำตอบได้ปรากฎขึ้นแล้ว</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.imgur.com/YBu9KAT.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>Stephen Mitas หัวหน้าทีมวิศวกร LMP1 ในฐานะผู้นำของโครงการเขาได้ให้ความเห็นไว้ว่า "สำหรับพวกเรามันคือความใฝ่ฝันในเชิงวิศวกรรมที่กลายเป็นความจริง" นายช่างชาวออสเตรเลียยังกล่าวสบทบต่อไปอีกว่า "การได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา ปรับปรุง และส่งรถลงแข่งขันตลอดระยะเวลา 4 ปี ทำให้ทีมงานทุกชีวิตมีความสัมพันธ์ ที่สนิทแนบแน่นกับรถแข่งคันนี้มาก เราทุกคนต่างรู้ดีว่าทุกๆ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับ 919 ไฮบริด (919 Hybrid) นั้นไม่เคยมาจากศักยภาพสูงสุดของมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในความเป็นจริงแม้แต่เวอร์ชั่น อีโว (Evo) ก็ยังไม่ได้ปลดปล่อยความสามารถออกมาจนถึงขีดสุดของเทคโนโลยีทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะหลุดพ้นจากกฎเกณฑ์และข้อ จำกัดต่างๆ รถคันนี้จะทำหน้าที่เติมเต็มความมุ่งมั่นทุ่มเท สร้างสรรค์ผลงานอันยอดเยี่ยมเพียงพอที่จะทุบทำลายสถิติ ของรถแข่ง Formula One ได้"</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.imgur.com/qvSBPH7.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>สำหรับการเตรียมพร้อมเพื่อทำลายสถิติความเร็วในครั้งนี้ ใช้พื้นฐานจากตัวรถที่คว้าแชมป์โลกในฤดูกาล 2017 ปรับแต่งเพิ่มเติมด้วยแนวทางการพัฒนาที่จัดเตรียมไว้เพื่อรถที่จะลงแข่งขันในรายการ WEC ในปี 2018 แต่ยังไม่เคยลงแข่งขัน เพราะถอนตัวจากรายการเมื่อปลายปี 2017 นอกเหนือจากนี้คืออุปกรณ์เพิ่มเติมด้านอากาศพลศาสตร์ที่ผลิตขึ้นใหม่</p><p><br /></p><p>ทางด้านชิ้นส่วนภายในระบบส่งกำลังและเครื่องยนต์ของรถแข่ง 'ปอร์เช่ 919 ไฮบริด อีโว (Porsche 919 Hybrid Evo)' ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น</p><p><br /></p><p>รถแข่ง 919 ได้รับการติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ 4 สูบ V4 ขนาดกะทัดรัด ด้วยความจุกระบอกสูบเพียง 2.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จและระบบชาร์จพลังงานย้อนกลับที่แตกต่างกัน 2 รูปแบบ กล่าวคือพลังงานย้อนกลับส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากระบบเบรกคู่หน้าและอีกส่วนหนึ่งได้จากระบบระบายไอเสียเครื่องยนต์สันดาปภายในรับหน้าที่ขับเคลื่อนล้อคู่หลังในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าส่งกำลังขับเคลื่อนให้แก่ล้อคู่หน้า นั่นหมายความว่า รถแข่งคันนี้เร่งออกตัวด้วย ระบบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ four-wheel drive พลังงานที่เกิดขึ้นพร้อม กับการปล่อยไอเสียและพลังงาน ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากระบบเบรกคู่หน้า จะถูกเก็บสะสมเอาไว้ชั่วคราวในแบตเตอรี่ liquid-cooled lithium ion</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.imgur.com/8ghm5Va.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>กฎข้อบังคับในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ WEC จำกัดพลังงานที่ได้จากน้ำมันเชื้อเพลิงต่อการวิ่งรอบสนาม โดยการใช้ fuel flow meter ในการแข่งขันบนสนาม Spa ประจำฤดูกาล 2017 ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายของรถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด (Porsche 919 Hybrid) มันสามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 1.784 กิโลกรัม หรือ 2.464 ลิตร เพื่อวิ่งรอบสนาม 1 รอบ โดยเครื่องยนต์สันดาปภายใน V4 เครื่องนี้สามารถสร้างพละกำลังได้สูงสุดกว่า 500 แรงม้า และเมื่อไม่มีข้อจำกัดในการแข่งขัน หลังจากปรับเปลี่ยนโปรแกรมแต่ยังคงใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบเดิม (E20 ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 20 เปอร์เซ็นต์) รถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด อีโว (Porsche 919 Hybrid Evo) ให้กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 720 แรงม้า</p><p><br /></p><p>ปริมาณของพลังงานที่ได้จากระบบชาร์จย้อนกลับทั้ง 2 รูปแบบถูกใช้ในการวิ่งบนสนาม Spa ในฤดูกาล 2017 ที่ 6.37 เมกะจูล ซึ่งเป็นค่าพลังงานที่ต่ำกว่าศักยภาพสูงสุดของรถคันนี้มาก ในระหว่างการวิ่งเพื่อทำลายสถิติสนามของ Neel Jani สามารถรื่นรมย์กับพละกำลังเต็มที่จากพลังงานกว่า 8.49 เมกะจูลส์หรือคิดเป็นแรงม้าที่ได้จากเครื่องจักรเพิ่มขึ้นจากเดิม ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ จาก 400 เป็น 440 แรงม้า</p><p><br /></p><p>นอกจากนี้ ทีมงานวิศวกรยังได้ปลดปล่อยขีดความสามารถด้านอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ 919 อีโว (919 Evo) ออกมาจนถึงขีดสุดเช่นเดียวกัน ดิฟฟิวเซอร์หน้าขนาดใหญ่ชุดใหม่ที่ให้ภาพลักษณ์ไปในทิศทางเดียวกันกับปีกหลังทรงสูง ตัวใหม่ อุปกรณ์ทั้งคู่ได้รับการควบคุมผ่านระบบ actively controlled drag reduction ทำงานอัตโนมัติด้วยไฮดรอลิกเพื่อปรับเปลี่ยนตำแหน่งองศาของดิฟฟิวเซอร์หน้าและการเปิดช่องรับอากาศบนปีกหลัง และในส่วนล่างของ อีโว (Evo) ได้รับการติดตั้งครีบและสเกิร์ตข้างทรงสูง ทั้งหมดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดด้านอากาศพลศาสตร์เท่าที่จะสามารถทำได้ ผลลัพธ์คือแรงกดที่กระทำบนตัวรถเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 53 เปอร์เซ็นต์ และให้ประสิทธิภาพเพิ่ม ขึ้นมากกว่า 66 เปอร์เซ็นต์ (เมื่อเปรียบเทียบกับการแข่งขันรายการ 2017 Spa WEC รอบจัดอันดับ)</p><p><br /></p><p>หลากหลายอุปกรณ์ที่ได้รับการเพิ่มเติมเพื่อเสริมสมรรถนะตัวรถให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 919 อีโว (919 Evo) ยกระดับระบบเบรกด้วย four-wheel brake-by-wire system ผสานการทำงานร่วมกับระบบควบคุมเสถียรภาพ yaw control ยิ่งไปกว่านั้น ระบบบังคับเลี้ยวและชุดปีกนกของระบบช่วงล่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังยังได้รับการปรับเปลี่ยน ให้แข็งแกร่งกว่าเดิม สามารถรองรับสภาวะการใช้งานที่หนักหน่วงยิ่งขึ้นได้เป็นอย่างดี</p><p><br /></p><p>หากเปรียบเทียบกับรถที่ใช้ในการแข่งขันตามปกติน้ำหนักรถที่ยังไม่รวมของเหลวได้รับการปรับให้ลดลงจากเดิมถึง 39 กิโลกรัม เหลือเพียง 849 กิโลกรัม ตัวเลขอันน่าเหลือเชื่อนี้เกิดขึ้นจากความพยายามในการลดจำนวนชิ้นส่วนอุปกรณ์ ที่ไม่มีความจำเป็นลงให้น้อยที่สุด หลงเหลือไว้สำหรับการวิ่งอย่างเต็มกำลังเพื่อทำเวลาต่อรอบให้เร็วที่สุดเพียงรอบสนาม เดียวเท่านั้น: ระบบปรับอากาศ ใบปัดน้ำฝน เซนเซอร์ในหลายตำแหน่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำหรับการแข่งขัน ระบบไฟส่องสว่างและระบบแม่แรงลมสำหรับยกรถถูกถอดออกไปจนหมด</p><p><br /></p><p>ทางด้านของมิชลิน (Michelin) ในฐานะบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ซึ่งเป็นพันธมิตรรายสำคัญและทำงานใกล้ชิดกับปอร์เช่ มาอย่างยาวนานให้ความสนใจอย่างมากในการมีส่วนร่วมลงมือปรับปรุงรถแข่งปอร์เช่ที่ได้รับการพัฒนาจนกระทั่ง สามารถสร้างแรงกดตัวถังได้มากกว่ารถแข่ง Formula One ด้วยจุดมุ่งหมายในการรักษาขนาดของยางให้คงเดิม (31/71-18) สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนของยางให้มากขึ้น มิชลิน (Michelin) รับหน้าที่ในการ ปรับปรุงส่วนผสมของเนื้อยางให้มีแรงยึดเกาะสูงสุดโดยมีความปลอดภัยสูงสุดเช่นกัน</p><p><br /></p><p><b>The '919 Tribute Tour' การเดินทางเพื่อสั่งลาอย่างสมศักดิ์ศรี</b></p><p><br /></p><p>สถิติความเร็วสูงสุดรอบสนาม Spa เป็นเพียงปรากฎการณ์แรกของทริปอำลา the 919 Tribute Tour กิจกรรมสุดเร้าใจที่จะตามมาในอันดับต่อไปคือการวิ่งโชว์รอบสนามแข่งระดับตำนาน Nordschleife เพื่อเป็นการโหมโรงอย่างยิ่งใหญ่ก่อนการแข่งขันรายการ Nürburgring 24 ชั่วโมง จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ ตามมาด้วยการเข้าร่วมเทศกาลแห่งความเร็วอันมีชื่อเสียง Goodwood Festival of Speed (วันที่ 12 ถึง 15 กรกฎาคม) และพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงกับนิทรรศการ Festival of Porsche ซึ่งจัดขึ้นที่ Brands Hatch (วันที่ 2 กันยายน) ปิดท้ายอย่างสวยงามด้วยการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานรวมพลยนตรกรรมปอร์เช่ครั้งสำคัญ the Porsche Rennsport Reunion จัดขึ้นที่สนาม Laguna Seca แคลิฟอร์เนีย (วันที่ 26 ถึง 29 กันยายน)</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.imgur.com/fvA2LLn.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>รถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด อีโว (Porsche 919 Hybrid Evo) - (ข้อมูลในวงเล็บสำหรับรุ่น 919 Hybrid WEC)</p><p><br /></p><p><b>ข้อมูลทางเทคนิค</b></p><p>โครงสร้างตัวถัง Monocoque: โครงสร้างผลิตจากวัสดุผสมระหว่าง carbon fibre และ aluminium honeycomb core พื้นที่ห้องโดยสารได้รับการปิดผนึกอย่างแข็งแกร่ง</p><p>เครื่องยนต์สันดาปภายใน: เครื่องยนต์ V4 (กระบอกสูบวางตัวในแนว 90 องศา) ติดตั้งระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จของ Garrett 4 วาล์วต่อสูบ DOHC จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบฉีดตรงเข้าห้องเผาไหม้ direct petrol injection แบริ่งเพลาข้อเหวี่ยงแบบ fully load aluminium ระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์แบบ dry sump รอบการทำงานสูงสุด: ≈ 9,000 รอบต่อนาที</p><p>ระบบควบคุมเครื่องยนต์: Bosch MS5</p><p>ความจุกระบอกสูบ: 2,000 ซีซี (4 สูบ V4)</p><p>กำลังสูงสุด: เครื่องยนต์สันดาปภายใน: 720 แรงม้าที่เพลาหลัง (น้อยกว่า 500 แรงม้า)</p><p>มอเตอร์ไฟฟ้า MGU: 440 แรงม้าที่เพลาหน้า (มากกว่า 400 แรงม้า)</p><p>ระบบขับเคลื่อนไฮบริด: KERS พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (MGU) ติดตั้งบริเวณเพลาคู่หน้า; ระบบชาร์จพลังงานย้อนกลับ ERS จากระบบระบายไอเสีย สะสมพลังงานด้วยแบตเตอรี่ liquid-cooled lithium-ion battery พร้อมเซลล์จากระบบ A123</p><p>ระบบขับเคลื่อน: ระบบขับเคลื่อนล้อหลังพร้อม traction control (ASR) ปรับเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ด้วยกำลังขับจากมอเตอร์ไฟฟ้าส่งไปยังล้อคู่หน้าในขณะที่ต้องการอัตราเร่งสูงสุด ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ sequential 7 จังหวะ เพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ</p><p>ระบบช่วงล่าง: ระบบช่วงล่างอิสระทั้งด้านหน้าและด้านหลังช๊อคอัพปรับระดับได้พร้อมระบบ Pitch Link และระบบ actively controlled lockout system (สำหรับ 919 WEC ไม่ได้รับการติดตั้งระบบ actively controlled lockout system)</p><p>ระบบเบรก: ระบบเบรกไร้สาย 4-wheel brake-by-wire system (ระบบเบรกไร้สาย front-rear brake-by-wire system) คาลิเปอร์เบรกอัลลอยด์ monoblock น้ำหนักเบาจานเบรก carbon fibre พร้อมครีบระบายความร้อนทั้งคู่หน้าและคู่หลัง ควบคุมแรงบิดโดยอิสระในแต่ละล้อเพื่อความสมดุลย์ (ควบคุมแรงบิดแยกระหว่างล้อคู่หน้าและล้อคู่หลัง)</p><p>ล้อและยาง: ล้อแมกนีเซียมแบบฟอร์จจาก BBS; ยางเรเดียลจาก มิชลิน (Michelin) ขนาด 310/710-18 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง</p><p>น้ำหนักรถ: 849 กิโลกรัม (888 กิโลกรัม รวมชุด driver ballast)</p><p>ความยาว: 5,078 มิลลิเมตร (4,650 มิลลิเมตร)</p><p>ความกว้าง: 1,900 มิลลิเมตร</p><p>ความสูง: 1,050 มิลลิเมตร</p><p>ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง: 62.3 ลิตร[/QUOTE]</p><p><br /></p>
[QUOTE="News, post: 7099470, member: 3"][CENTER][IMG]https://i.imgur.com/2pWkG5A.jpg[/IMG][/CENTER] วันจันทร์ที่ 9 เมษายน 2018 รถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด อีโว (Porsche 919 Hybrid Evo) เจ้าของ ตำแหน่งแชมป์รายการ Le Mans สร้างสถิติใหม่ด้วยระยะเวลาต่อรอบเร็วที่สุดของสนามแข่ง Spa-Francorchamps จากการขับขี่อย่างยอดเยี่ยมเกินคำบรรยายของนักแข่งทีมโรงงานปอร์เช่ Neel Jani นำพารถแข่งพลังแรงโลดแล่น ผ่านระยะทาง 7.004 กิโลเมตร รอบสนามแข่งที่ใช้ในรายการ Belgian Grand Prix ท่ามกลางความสงบของเทือกเขา Ardennes ด้วยเวลาอันเป็นสถิติ 1:41.770 นาที นักแข่งวัย 34 ปี ชาวสวิสเซอร์แลนด์รายนี้คือผู้ที่วิ่งรอบสนามด้วยความเร็วกว่าสถิติเดิมถึง 0.783 วินาที ตัวเลขดังกล่าวเคยเกิดขึ้นจากฝีมือของ Lewis Hamilton (สหราชอาณาจักร) หลังพวงมาลัยของรถแข่ง Mercedes F1 W07 Hybrid โดยในครั้งนั้น Hamilton สามารถทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดภายใน 1:42.553 นาที ซึ่งเขาได้สร้างสถิติไว้เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2017 และแน่นอนว่าเป็นการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งหรือ F1 ที่เขาคว้าตำแหน่งโพลไปครองได้เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ส่วน Jani สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 359 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทำความเร็วเฉลี่ยถึง 245.61 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การวิ่งรอบที่ถูกบันทึกเป็นสถิติ เริ่มต้นขึ้นในเวลา 10:23 น. อุณหภูมิอากาศขณะนั้นอยู่ที่ 11° องศาเซลเซียส สำหรับอุณหภูมิพื้นผิวสนามอยู่ที่ 13° องศาเซลเซียส [CENTER][IMG]https://i.imgur.com/lWZ6jD1.jpg[/IMG][/CENTER] Fritz Enzinger รองประธานกรรมการบริหาร ผู้ดูแลรับผิดขอบส่วนงาน LMP1 ของปอร์เช่ ได้กล่าวว่า "การขับที่เกิดขึ้น ในรอบนี้คือความมหัศจรรย์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือการประสานงานอย่างลงตัวระหว่างฝีไม้ลายมืออันโดด เด่นของ Neel และสุดยอดผลงานทางวิศวกรรมของเราสถิติเวลาต่อรอบอันน่าประทับใจดังกล่าวคือบทพิสูจน์ถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมจากนวัตกรรมรถแข่งที่ล้ำสมัยที่สุดในช่วงเวลาของมัน เป้าหมายของเราคือการแสดงให้เห็นเป็นที่ ประจักษ์ถึงศักยภาพของรถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด (Porsche 919 Hybrid) ที่ปราศจากซึ่งพันธนาการของข้อกำหนดต่างๆ มากมายที่ถูกจำกัดในการแข่งขัน" หัวหน้าทีมแข่ง Andreas Seidl กล่าวเสริมต่อไปอีกว่า "ความสำเร็จที่ต่อยอดเพิ่มขึ้นในครั้งนี้เป็นผลจากการทุ่มเททำงานอย่างหนักของทีมงานปอร์เช่ LMP และในวันนี้สิ่งที่ได้รับคือความภูมิใจสูงสุดที่เกิดขึ้นกับบรรดาวิศวกรมือฉมังของเรา ไม่ใช่แค่เพียง Neel และทีมงานเท่านั้นที่เป็นหัวใจของการบรรลุเป้าหมายนักขับทั้ง 6 รายที่ลงแข่งในรายการ LMP1 ฤดูกาล 2017 ล้วนแล้วแต่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์โครงการนี้ให้สำเร็จลุล่วงจุดมุ่งหมายของพวกเรา ทุกคนคือการแสดงให้เห็นว่า รถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด (Porsche 919 Hybrid) มีสมรรถนะที่เหนือชั้นเพียงใดเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ World Endurance Championship ดังเช่นทุกครั้งที่ลงสนาม" ด้วยความล้ำเลิศของรถแข่ง 919 ไฮบริด (919 Hybrid) ทีมแข่งปอร์เช่สามารถคว้าชัยชนะในรายการแข่งขัน Le Mans 24 ชั่วโมง ได้ติดต่อกัน 3 ฤดูกาล ตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2017 รวมทั้งครองตำแหน่งแชมป์โลกทั้งประเภทโรงงานผู้ผลิตและประเภทนักขับจากการเข้าร่วมประลองความเร็วในรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับนานาชาติ FIA World Endurance Championship (WEC) ภายในฤดูกาลเดียวกัน [CENTER][IMG]https://i.imgur.com/gkqUavF.jpg[/IMG][/CENTER] Neel Jani แสดงความคิดเห็นไว้ว่า "รถแข่ง 919 อีโว (919 Evo) สร้างผลงานได้สุดประทับใจ นี่คือรถแข่งที่วิ่งได้เร็วที่สุดเท่าที่ผมเคยขับมาเลยทีเดียว ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนของมันนั้นได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับผม แน่นอนว่าไม่อาจจินตนาการสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าจนกว่าจะได้สัมผัสมันด้วยมือตัวเอง ความเร็วอันน่าเหลือเชื่อที่ทำได้ ต่อการวิ่งหนึ่งรอบสนามของ 919 อีโว (919 Evo) ตอบสนองต่อทุกปฏิกิริยาของการขับขี่ มันช่างมีความแตกต่างเป็นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับการแข่งขันในรายการ WEC เราไม่เพียงแค่ไปได้รวดเร็วกว่ารถแข่ง F1 ที่คว้าตำแหน่ง โพลในฤดูกาล 2017 แต่ในวันนี้เวลาต่อรอบของเราเร็วกว่าเดิมถึง 12 วินาทีเมื่อเปรียบเทียบกับตำแหน่ง โพลของเราเองในการแข่งขัน WEC ปีที่แล้ว! เรามีช่วงเวลา 3 วันอันน่าอัศจรรย์ที่สนาม Spa แห่งนี้ ช่วงเช้าของวันหลังจากเริ่มต้นการวิ่งในรอบแรก ผมสามารถรับรู้ได้ถึงสมรรถนะเหนือระดับของรถแข่งคันนี้ ทีมวิศวกรทำผลงานของพวกเขาออกมาดีเยี่ยม ตัวรถได้รับการปรับแต่งอย่างสมบูรณ์แบบและยางมิชลิน (Michelin) ให้การตอบสนองที่เร้าใจ ต้องขอขอบคุณไปยังทีมงานปอร์เช่ทุกคนสำหรับประสบการณ์การขับขี่ที่หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว" [B]ปลดปล่อยพันธนาการเพื่อทำลายสถิติ[/B] กฎข้อบังคับทางเทคนิคที่ได้รับการกำหนดขึ้นโดย FIA สำหรับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ WEC และ Le Mans ทำหน้าที่ของมันได้อย่างไม่มีที่ติในแง่มุมของการช่วยให้เกิดการแข่งขันที่สูสีระหว่างรถแข่งต้นแบบใน class 1 Le Mans hybrid prototypes ซึ่งทีมโรงงานที่เข้าร่วมประกอบด้วยอาวดี้ (Audi), ปอร์เช่ (Porsche) และโตโยต้า (Toyota) อย่างไรก็ตามยังคงมีหนึ่งคำถามที่ยังค้างคาใจ - รถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด (Porsche 919 Hybrid) จะสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้มากแค่ไหน หากปราศจากกฎข้อบังคับที่คอยควบคุมมันเอาไว้ - จนกระทั่งบัดนี้คำตอบได้ปรากฎขึ้นแล้ว [CENTER][IMG]https://i.imgur.com/YBu9KAT.jpg[/IMG][/CENTER] Stephen Mitas หัวหน้าทีมวิศวกร LMP1 ในฐานะผู้นำของโครงการเขาได้ให้ความเห็นไว้ว่า "สำหรับพวกเรามันคือความใฝ่ฝันในเชิงวิศวกรรมที่กลายเป็นความจริง" นายช่างชาวออสเตรเลียยังกล่าวสบทบต่อไปอีกว่า "การได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา ปรับปรุง และส่งรถลงแข่งขันตลอดระยะเวลา 4 ปี ทำให้ทีมงานทุกชีวิตมีความสัมพันธ์ ที่สนิทแนบแน่นกับรถแข่งคันนี้มาก เราทุกคนต่างรู้ดีว่าทุกๆ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับ 919 ไฮบริด (919 Hybrid) นั้นไม่เคยมาจากศักยภาพสูงสุดของมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในความเป็นจริงแม้แต่เวอร์ชั่น อีโว (Evo) ก็ยังไม่ได้ปลดปล่อยความสามารถออกมาจนถึงขีดสุดของเทคโนโลยีทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะหลุดพ้นจากกฎเกณฑ์และข้อ จำกัดต่างๆ รถคันนี้จะทำหน้าที่เติมเต็มความมุ่งมั่นทุ่มเท สร้างสรรค์ผลงานอันยอดเยี่ยมเพียงพอที่จะทุบทำลายสถิติ ของรถแข่ง Formula One ได้" [CENTER][IMG]https://i.imgur.com/qvSBPH7.jpg[/IMG][/CENTER] สำหรับการเตรียมพร้อมเพื่อทำลายสถิติความเร็วในครั้งนี้ ใช้พื้นฐานจากตัวรถที่คว้าแชมป์โลกในฤดูกาล 2017 ปรับแต่งเพิ่มเติมด้วยแนวทางการพัฒนาที่จัดเตรียมไว้เพื่อรถที่จะลงแข่งขันในรายการ WEC ในปี 2018 แต่ยังไม่เคยลงแข่งขัน เพราะถอนตัวจากรายการเมื่อปลายปี 2017 นอกเหนือจากนี้คืออุปกรณ์เพิ่มเติมด้านอากาศพลศาสตร์ที่ผลิตขึ้นใหม่ ทางด้านชิ้นส่วนภายในระบบส่งกำลังและเครื่องยนต์ของรถแข่ง 'ปอร์เช่ 919 ไฮบริด อีโว (Porsche 919 Hybrid Evo)' ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น รถแข่ง 919 ได้รับการติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ 4 สูบ V4 ขนาดกะทัดรัด ด้วยความจุกระบอกสูบเพียง 2.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จและระบบชาร์จพลังงานย้อนกลับที่แตกต่างกัน 2 รูปแบบ กล่าวคือพลังงานย้อนกลับส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากระบบเบรกคู่หน้าและอีกส่วนหนึ่งได้จากระบบระบายไอเสียเครื่องยนต์สันดาปภายในรับหน้าที่ขับเคลื่อนล้อคู่หลังในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าส่งกำลังขับเคลื่อนให้แก่ล้อคู่หน้า นั่นหมายความว่า รถแข่งคันนี้เร่งออกตัวด้วย ระบบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ four-wheel drive พลังงานที่เกิดขึ้นพร้อม กับการปล่อยไอเสียและพลังงาน ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากระบบเบรกคู่หน้า จะถูกเก็บสะสมเอาไว้ชั่วคราวในแบตเตอรี่ liquid-cooled lithium ion [CENTER][IMG]https://i.imgur.com/8ghm5Va.jpg[/IMG][/CENTER] กฎข้อบังคับในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ WEC จำกัดพลังงานที่ได้จากน้ำมันเชื้อเพลิงต่อการวิ่งรอบสนาม โดยการใช้ fuel flow meter ในการแข่งขันบนสนาม Spa ประจำฤดูกาล 2017 ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายของรถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด (Porsche 919 Hybrid) มันสามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 1.784 กิโลกรัม หรือ 2.464 ลิตร เพื่อวิ่งรอบสนาม 1 รอบ โดยเครื่องยนต์สันดาปภายใน V4 เครื่องนี้สามารถสร้างพละกำลังได้สูงสุดกว่า 500 แรงม้า และเมื่อไม่มีข้อจำกัดในการแข่งขัน หลังจากปรับเปลี่ยนโปรแกรมแต่ยังคงใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบเดิม (E20 ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 20 เปอร์เซ็นต์) รถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด อีโว (Porsche 919 Hybrid Evo) ให้กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 720 แรงม้า ปริมาณของพลังงานที่ได้จากระบบชาร์จย้อนกลับทั้ง 2 รูปแบบถูกใช้ในการวิ่งบนสนาม Spa ในฤดูกาล 2017 ที่ 6.37 เมกะจูล ซึ่งเป็นค่าพลังงานที่ต่ำกว่าศักยภาพสูงสุดของรถคันนี้มาก ในระหว่างการวิ่งเพื่อทำลายสถิติสนามของ Neel Jani สามารถรื่นรมย์กับพละกำลังเต็มที่จากพลังงานกว่า 8.49 เมกะจูลส์หรือคิดเป็นแรงม้าที่ได้จากเครื่องจักรเพิ่มขึ้นจากเดิม ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ จาก 400 เป็น 440 แรงม้า นอกจากนี้ ทีมงานวิศวกรยังได้ปลดปล่อยขีดความสามารถด้านอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ 919 อีโว (919 Evo) ออกมาจนถึงขีดสุดเช่นเดียวกัน ดิฟฟิวเซอร์หน้าขนาดใหญ่ชุดใหม่ที่ให้ภาพลักษณ์ไปในทิศทางเดียวกันกับปีกหลังทรงสูง ตัวใหม่ อุปกรณ์ทั้งคู่ได้รับการควบคุมผ่านระบบ actively controlled drag reduction ทำงานอัตโนมัติด้วยไฮดรอลิกเพื่อปรับเปลี่ยนตำแหน่งองศาของดิฟฟิวเซอร์หน้าและการเปิดช่องรับอากาศบนปีกหลัง และในส่วนล่างของ อีโว (Evo) ได้รับการติดตั้งครีบและสเกิร์ตข้างทรงสูง ทั้งหมดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดด้านอากาศพลศาสตร์เท่าที่จะสามารถทำได้ ผลลัพธ์คือแรงกดที่กระทำบนตัวรถเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 53 เปอร์เซ็นต์ และให้ประสิทธิภาพเพิ่ม ขึ้นมากกว่า 66 เปอร์เซ็นต์ (เมื่อเปรียบเทียบกับการแข่งขันรายการ 2017 Spa WEC รอบจัดอันดับ) หลากหลายอุปกรณ์ที่ได้รับการเพิ่มเติมเพื่อเสริมสมรรถนะตัวรถให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 919 อีโว (919 Evo) ยกระดับระบบเบรกด้วย four-wheel brake-by-wire system ผสานการทำงานร่วมกับระบบควบคุมเสถียรภาพ yaw control ยิ่งไปกว่านั้น ระบบบังคับเลี้ยวและชุดปีกนกของระบบช่วงล่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังยังได้รับการปรับเปลี่ยน ให้แข็งแกร่งกว่าเดิม สามารถรองรับสภาวะการใช้งานที่หนักหน่วงยิ่งขึ้นได้เป็นอย่างดี หากเปรียบเทียบกับรถที่ใช้ในการแข่งขันตามปกติน้ำหนักรถที่ยังไม่รวมของเหลวได้รับการปรับให้ลดลงจากเดิมถึง 39 กิโลกรัม เหลือเพียง 849 กิโลกรัม ตัวเลขอันน่าเหลือเชื่อนี้เกิดขึ้นจากความพยายามในการลดจำนวนชิ้นส่วนอุปกรณ์ ที่ไม่มีความจำเป็นลงให้น้อยที่สุด หลงเหลือไว้สำหรับการวิ่งอย่างเต็มกำลังเพื่อทำเวลาต่อรอบให้เร็วที่สุดเพียงรอบสนาม เดียวเท่านั้น: ระบบปรับอากาศ ใบปัดน้ำฝน เซนเซอร์ในหลายตำแหน่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำหรับการแข่งขัน ระบบไฟส่องสว่างและระบบแม่แรงลมสำหรับยกรถถูกถอดออกไปจนหมด ทางด้านของมิชลิน (Michelin) ในฐานะบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ซึ่งเป็นพันธมิตรรายสำคัญและทำงานใกล้ชิดกับปอร์เช่ มาอย่างยาวนานให้ความสนใจอย่างมากในการมีส่วนร่วมลงมือปรับปรุงรถแข่งปอร์เช่ที่ได้รับการพัฒนาจนกระทั่ง สามารถสร้างแรงกดตัวถังได้มากกว่ารถแข่ง Formula One ด้วยจุดมุ่งหมายในการรักษาขนาดของยางให้คงเดิม (31/71-18) สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนของยางให้มากขึ้น มิชลิน (Michelin) รับหน้าที่ในการ ปรับปรุงส่วนผสมของเนื้อยางให้มีแรงยึดเกาะสูงสุดโดยมีความปลอดภัยสูงสุดเช่นกัน [B]The '919 Tribute Tour' การเดินทางเพื่อสั่งลาอย่างสมศักดิ์ศรี[/B] สถิติความเร็วสูงสุดรอบสนาม Spa เป็นเพียงปรากฎการณ์แรกของทริปอำลา the 919 Tribute Tour กิจกรรมสุดเร้าใจที่จะตามมาในอันดับต่อไปคือการวิ่งโชว์รอบสนามแข่งระดับตำนาน Nordschleife เพื่อเป็นการโหมโรงอย่างยิ่งใหญ่ก่อนการแข่งขันรายการ Nürburgring 24 ชั่วโมง จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ ตามมาด้วยการเข้าร่วมเทศกาลแห่งความเร็วอันมีชื่อเสียง Goodwood Festival of Speed (วันที่ 12 ถึง 15 กรกฎาคม) และพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงกับนิทรรศการ Festival of Porsche ซึ่งจัดขึ้นที่ Brands Hatch (วันที่ 2 กันยายน) ปิดท้ายอย่างสวยงามด้วยการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานรวมพลยนตรกรรมปอร์เช่ครั้งสำคัญ the Porsche Rennsport Reunion จัดขึ้นที่สนาม Laguna Seca แคลิฟอร์เนีย (วันที่ 26 ถึง 29 กันยายน) [CENTER][IMG]https://i.imgur.com/fvA2LLn.jpg[/IMG][/CENTER] รถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด อีโว (Porsche 919 Hybrid Evo) - (ข้อมูลในวงเล็บสำหรับรุ่น 919 Hybrid WEC) [B]ข้อมูลทางเทคนิค[/B] โครงสร้างตัวถัง Monocoque: โครงสร้างผลิตจากวัสดุผสมระหว่าง carbon fibre และ aluminium honeycomb core พื้นที่ห้องโดยสารได้รับการปิดผนึกอย่างแข็งแกร่ง เครื่องยนต์สันดาปภายใน: เครื่องยนต์ V4 (กระบอกสูบวางตัวในแนว 90 องศา) ติดตั้งระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จของ Garrett 4 วาล์วต่อสูบ DOHC จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบฉีดตรงเข้าห้องเผาไหม้ direct petrol injection แบริ่งเพลาข้อเหวี่ยงแบบ fully load aluminium ระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์แบบ dry sump รอบการทำงานสูงสุด: ≈ 9,000 รอบต่อนาที ระบบควบคุมเครื่องยนต์: Bosch MS5 ความจุกระบอกสูบ: 2,000 ซีซี (4 สูบ V4) กำลังสูงสุด: เครื่องยนต์สันดาปภายใน: 720 แรงม้าที่เพลาหลัง (น้อยกว่า 500 แรงม้า) มอเตอร์ไฟฟ้า MGU: 440 แรงม้าที่เพลาหน้า (มากกว่า 400 แรงม้า) ระบบขับเคลื่อนไฮบริด: KERS พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (MGU) ติดตั้งบริเวณเพลาคู่หน้า; ระบบชาร์จพลังงานย้อนกลับ ERS จากระบบระบายไอเสีย สะสมพลังงานด้วยแบตเตอรี่ liquid-cooled lithium-ion battery พร้อมเซลล์จากระบบ A123 ระบบขับเคลื่อน: ระบบขับเคลื่อนล้อหลังพร้อม traction control (ASR) ปรับเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ด้วยกำลังขับจากมอเตอร์ไฟฟ้าส่งไปยังล้อคู่หน้าในขณะที่ต้องการอัตราเร่งสูงสุด ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ sequential 7 จังหวะ เพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ ระบบช่วงล่าง: ระบบช่วงล่างอิสระทั้งด้านหน้าและด้านหลังช๊อคอัพปรับระดับได้พร้อมระบบ Pitch Link และระบบ actively controlled lockout system (สำหรับ 919 WEC ไม่ได้รับการติดตั้งระบบ actively controlled lockout system) ระบบเบรก: ระบบเบรกไร้สาย 4-wheel brake-by-wire system (ระบบเบรกไร้สาย front-rear brake-by-wire system) คาลิเปอร์เบรกอัลลอยด์ monoblock น้ำหนักเบาจานเบรก carbon fibre พร้อมครีบระบายความร้อนทั้งคู่หน้าและคู่หลัง ควบคุมแรงบิดโดยอิสระในแต่ละล้อเพื่อความสมดุลย์ (ควบคุมแรงบิดแยกระหว่างล้อคู่หน้าและล้อคู่หลัง) ล้อและยาง: ล้อแมกนีเซียมแบบฟอร์จจาก BBS; ยางเรเดียลจาก มิชลิน (Michelin) ขนาด 310/710-18 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง น้ำหนักรถ: 849 กิโลกรัม (888 กิโลกรัม รวมชุด driver ballast) ความยาว: 5,078 มิลลิเมตร (4,650 มิลลิเมตร) ความกว้าง: 1,900 มิลลิเมตร ความสูง: 1,050 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง: 62.3 ลิตร[/QUOTE]
Log in with Facebook
Log in with Twitter
Log in with Google
Your name or email address:
Do you already have an account?
No, create an account now.
Yes, my password is:
Forgot your password?
Stay logged in
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
Forums
>
Portal
>
News
>
รถแข่งขุมพลังไฮบริดจากปอร์เช่ที่เร็วยิ่งกว่ารถแข่ง Formula One
>
Home
Home
Quick Links
Recent Posts
Recent Activity
Authors
Forums
Forums
Quick Links
Search Forums
Recent Posts
Classifieds
Classifieds
Quick Links
Search Classifieds
Recent Activity
Top Rated Traders
Media
Media
Quick Links
Search Media
New Media
Members
Members
Quick Links
Notable Members
Registered Members
Current Visitors
Recent Activity
New Profile Posts
Menu
Search titles only
Posted by Member:
Separate names with a comma.
Newer Than:
Search this thread only
Search this forum only
Display results as threads
Useful Searches
Recent Posts
More...