Log in or Sign up
ติดต่อลงโฆษณา
[email protected]
หรือโทร. 081-811-1138 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
Forums
>
Portal
>
News
>
ผลการดำเนินงานของปอร์เช่ หลังปีแห่งการกำเนิดขุมพลังไฟฟ้า - นวัตกรรม ความยั่งยืน และความสำเร็จ
>
Reply to Thread
Name:
Verification:
Please enable JavaScript to continue.
Loading...
Message:
<p>[QUOTE="News, post: 7134185, member: 3"]<p style="text-align: center"><img src="https://i.imgur.com/frPMyYF.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>ในปีงบประมาณ 2019 ที่ผ่านมา Porsche AG มียอดส่งมอบรถยนต์ใหม่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งรายได้จากการขาย และผลประกอบการก่อนศักราชใหม่ บริษัทสามารถสร้างยอดส่งมอบรถถึงมือลูกค้าได้มากกว่า 280,800 คัน ในปี 2019 หรือคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า ในส่วนของรายได้จากการขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 11 เปอร์เซ็นต์ หรือ 28.5 พันล้านยูโร ขณะที่ผลประกอบการเพิ่มขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ หรือ 4.4 พันล้านยูโร ทางด้านผลตอบแทนจากการขายเพิ่มขึ้น 15.4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน จำนวนบุคลากรผู้ปฏิบัติงานมีอัตราส่วนเติบโตขึ้นกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งหมดกว่า 35,429 คน</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.imgur.com/INy2ero.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>"ในฐานะผู้บุกเบิกการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนแห่งโลกยนตรกรรม ปอร์เช่ได้ดำเนินงานตามมาตรการสำคัญหลายประการในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่ชัดเจนสำหรับปี 2019 สังเกตได้จากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เหนือสิ่งอื่นใดคือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ ไทคานน์ (Taycan) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบคันแรกของเรา" ข้างต้นคือคำกล่าวของ Oliver Blume ประธานกรรมการบริหาร Porsche AG "ยนตรกรรมสปอร์ตสุดเร้าใจทุกคันที่เรามีอยู่ เป็นการผสมผสานอันลงตัวไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการทำงานชั้นเลิศของขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน สมรรถนะการขับขี่ระดับสูงจากระบบ plug-in hybrids และปัจจุบันคือความสปอร์ตที่ได้จากพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ ปีงบประมาณ 2019 เป็นอีกครั้งที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ของเราเพิ่มขึ้น" อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เป็นเพียงสิ่งที่สร้างความประทับใจได้ช่วงเวลาหนึ่ง โดย Blume อธิบายเสริมต่อไปว่า "เป้าหมายแรกของเรา คือการสร้างเสริมคุณค่าของแบรนด์ ตลอดระยะเวลาห้าปีที่เราประสบความสำเร็จด้วยผลงานที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ สิ่งเหล่านี้เปิดโอกาสให้เราได้สรรสร้างคุณสมบัติที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อความเป็นบรรษัทภิบาลที่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณชน ทั้งในส่วนของเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม"</p><p><br /></p><p>"ในปี 2019 เราสามารถทำลายสถิติในส่วนของรายได้ และผลกำไรก่อนรายการพิเศษ กำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นผลรวมจากปริมาณการจำหน่ายที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับการพัฒนาธุรกิจในส่วนงานและแผนกอื่นๆ ของเรา พร้อมกับการเติบโตของบริษัท ต้นทุนคงที่หรือ fixed costs ที่สูงขึ้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ งบประมาณลงทุนจำนวนมหาศาลในส่วนของยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าและระบบดิจิทัล รวมทั้งอัตราการแลกเปลี่ยนค่าเงิน ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบกับผลการดำเนินงานของเราทั้งสิ้น" Lutz Meschke รองประธาน และสมาชิกคณะกรรมการบริหารผู้กำกับดูแลส่วนงานการเงิน และเทคโนโลยีสารสนเทศของ Porsche AG แสดงความคิดเห็นต่อไปอีกว่า "อย่างไรก็ตาม เป็นอีกครั้งที่เราประสบความสำเร็จตามแผนกลยุทธ์ที่ตั้งเป้าเอาไว้ ด้วยอัตราผลตอบแทนจากการขายก่อนรายการพิเศษที่ 15.4 เปอร์เซ็นต์ และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 21.2 เปอร์เซ็นต์"</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.imgur.com/KxSSaiR.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>ในส่วนของกรณีเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 เป็นจำนวน 0.5 พันล้านยูโร นั้น ส่งผลกระทบต่อรายงานการเงินของ Porsche AG ในปีงบประมาณ 2019 ทำให้ผลประกอบการหลังรายการพิเศษนี้อยู่ที่ 3.86 พันล้านยูโร และผลตอบแทนจากการขายหลังรายการพิเศษคิดเป็นอัตราส่วน 13.5 เปอร์เซ็นต์</p><p><br /></p><p><b>เติบโตอย่างแข็งแกร่งในประเทศเยอรมนี และทวีปยุโรป</b></p><p>ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) และ มาคันน์ (Macan) เป็นรถยนต์ 2 รุ่นที่มีส่วนสำคัญยิ่งต่อการเพิ่มขึ้นของยอดส่งมอบโดยรวม โดยปอร์เช่ คาเยนน์ (Cayenne) กว่า 92,055 คันถูกส่งถึงมือลูกค้าทั่วทุกมุมโลก หรือคิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นถึง 29 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า ทางด้าน มาคันน์ (Macan) ก็มียอดจำหน่ายสูงถึง 99,944 คัน เพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2018 ส่วนของการทำตลาดในถิ่นฐานบ้านเกิดของแบรนด์ และตลาดภาคพื้นยุโรป ปอร์เช่สามารถสร้างอัตราการเติบโตที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปี 2019 จากยอดจำหน่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์ เริ่มด้วยยนตรกรรมสปอร์ตจำนวนกว่า 31,618 คัน ได้รับการส่งมอบไปยังลูกค้าในเยอรมนี ตามด้วยอีกกว่า 88,975 คัน ถูกจำหน่ายไปทั่วทั้งทวีปยุโรป นอกจากนี้ บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำของโลกยังสามารถทุบสถิติในตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด2 แห่งลงได้ นั่นคือประเทศจีน ด้วยยอดส่งมอบ 86,752 คัน นับเป็นตัวเลขการส่งมอบรถยนต์ใหม่ที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2018 เช่นเดียวกับตลาดประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปอร์เช่ยังคงรักษาอัตราการเติบโตของยอดขายรถยนต์เอาไว้ได้ที่ 8 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นจำนวนยอดส่งมอบกว่า 61,568 คัน นับเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ผู้ผลิตรถสปอร์ตรายนี้ สามารถเอาชนะสถานการณ์ภาพรวมทางเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนักของ 2 ประเทศมหาอำนาจดังกล่าวไปได้</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.imgur.com/uteZxDU.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p><b>การพัฒนาอย่างยั่งยืน</b></p><p>ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า คือภาระกิจหนึ่งของปอร์เช่: ตำแหน่งงานใหม่ประมาณกว่า 2,000 อัตรา ได้ถูกสร้างขึ้นรองรับการมาถึงของ ไทคานน์ (Taycan) และบริษัทยังได้ดำเนินการจัดตั้งแคมเปญพิเศษเพื่อสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะ โดยรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าทุกรุ่นที่ถือกำเนิดที่โรงงาน Zuffenhausen ล้วนแล้วแต่ผ่านสายการผลิตที่ปราศจากสารประกอบคาร์บอน หรือ carbon-neutral นับตั้งแต่ต้นปี 2020 ปอร์เช่เริ่มเปลี่ยนแปลงแหล่งพลังงานที่จ่ายให้โรงงานเป็นแบบปราศจากสารประกอบคาร์บอนเช่นเดียวกัน: ในส่วนของสำนักงานที่สร้างขึ้นใหม่จะเป็นอาคารประหยัดพลังงาน และใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ทั้งนี้ บริษัทสามารถผลิตพลังงานความร้อนได้จากโรงไฟฟ้า CHP ของตนเอง ซึ่งอาศัยการเผาไหม้ของก๊าซชีวภาพจากวัสดุรีไซเคิล และสิ่งปฏิกูล</p><p><br /></p><p><b>ทุ่มงบประมาณเพื่อลงทุน</b></p><p>ภายในปี 2024 บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำของโลกแห่งนี้ จะใช้เม็ดเงินลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านยูโร สำหรับการพัฒนาระบบ hybridisation ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีดิจิทัลในรถยนต์ รวมทั้งการก้าวขึ้นสู่ระดับหัวแถวขององค์กรผู้บุกเบิกยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า สำหรับยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นต่อไปที่กำลังจะเปิดตัว คือรุ่นย่อยของปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) ด้วยตัวถังครอส ทัวริสโม่ (Cross Turismo) ตามด้วย มาคันน์ (Macan) รถสปอร์ต compact SUV เจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งจะได้รับการติดตั้งขุมพลังขับเคลื่อนไฟฟ้าเช่นเดียวกัน กลยุทธการดำเนินงานของปอร์เช่ในระยะถัดไป คือการเสริมรุ่นย่อยในทุกโมเดลด้วยระบบขับเคลื่อนพลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่อย่างสมบูรณ์แบบ โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถบรรลุแผนการดังกล่าวได้ภายในช่วงกลางของทศวรรษนี้ ปริมาณกว่าครึ่งของรถยนต์ทุกรุ่นที่ถูกจำหน่ายจะเป็นรถไฟฟ้า หรือรถยนต์ที่ติดตั้งขุมพลังไฮบริด</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.imgur.com/daeeRao.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>"เราได้รับการยืนยันคำสั่งซื้อจากลูกค้าประมาณ 30,000 ราย สำหรับปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในเดือนกันยายนที่ผ่านมา” Blume กล่าวเสริม “ลูกค้าของเรามากกว่า 15,000 คน ได้ลงนามในหนังสือสัญญาสั่งซื้อเป็นที่เรียบร้อย ปอร์เช่มั่นใจว่าจะสามารถผลิตรถยนต์เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสูงในปี 2020 จากการมาถึงของ ไทคานน์ (Taycan) รวมทั้ง 911, 718 และ คาเยนน์ (Cayenne) ในรูปแบบตัวถังใหม่"</p><p><br /></p><p>"ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เรากำลังจะเผชิญหน้ากับวิกฤติเศรษฐกิจที่มาจากความท้าทายของสภาวะแวดล้อม ไม่เพียงแต่ความผันผวนที่มีผลมาจากการระบาดของโคโรน่าไวรัส" Meschke CFO ของปอร์เช่อธิบาย ถึงแม้จะมีการลงทุนมหาศาล เพื่อการพัฒนาระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าสำหรับผลิตภัณฑ์ยานยนต์รุ่นต่างๆ เทคโนโลยีดิจิทัล รวมไปถึงการขยาย และปรับปรุงส่วนงานต่างๆ ขององค์กรก็ตาม แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่นรักษาระดับการบรรลุเป้าหมายขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง Meschke เสริมต่อไปอีกว่า "มาตรการต่างๆ มีขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และพัฒนาสิ่งใหม่ๆ สร้างผลประโยชน์จากหลากหลายธุรกิจ เราตั้งเป้าเพื่อความสำเร็จในเชิงกลยุทธ ด้วยตัวเลขอัตราการตอบแทนจากการขายที่ 15 เปอร์เซ็นต์" Meschke เน้นย้ำส่งท้าย[/QUOTE]</p><p><br /></p>
[QUOTE="News, post: 7134185, member: 3"][center][img]https://i.imgur.com/frPMyYF.jpg[/img][/center] ในปีงบประมาณ 2019 ที่ผ่านมา Porsche AG มียอดส่งมอบรถยนต์ใหม่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งรายได้จากการขาย และผลประกอบการก่อนศักราชใหม่ บริษัทสามารถสร้างยอดส่งมอบรถถึงมือลูกค้าได้มากกว่า 280,800 คัน ในปี 2019 หรือคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า ในส่วนของรายได้จากการขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 11 เปอร์เซ็นต์ หรือ 28.5 พันล้านยูโร ขณะที่ผลประกอบการเพิ่มขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ หรือ 4.4 พันล้านยูโร ทางด้านผลตอบแทนจากการขายเพิ่มขึ้น 15.4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน จำนวนบุคลากรผู้ปฏิบัติงานมีอัตราส่วนเติบโตขึ้นกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งหมดกว่า 35,429 คน [center][img]https://i.imgur.com/INy2ero.jpg[/img][/center] "ในฐานะผู้บุกเบิกการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนแห่งโลกยนตรกรรม ปอร์เช่ได้ดำเนินงานตามมาตรการสำคัญหลายประการในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่ชัดเจนสำหรับปี 2019 สังเกตได้จากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เหนือสิ่งอื่นใดคือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ ไทคานน์ (Taycan) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบคันแรกของเรา" ข้างต้นคือคำกล่าวของ Oliver Blume ประธานกรรมการบริหาร Porsche AG "ยนตรกรรมสปอร์ตสุดเร้าใจทุกคันที่เรามีอยู่ เป็นการผสมผสานอันลงตัวไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการทำงานชั้นเลิศของขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน สมรรถนะการขับขี่ระดับสูงจากระบบ plug-in hybrids และปัจจุบันคือความสปอร์ตที่ได้จากพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ ปีงบประมาณ 2019 เป็นอีกครั้งที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ของเราเพิ่มขึ้น" อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เป็นเพียงสิ่งที่สร้างความประทับใจได้ช่วงเวลาหนึ่ง โดย Blume อธิบายเสริมต่อไปว่า "เป้าหมายแรกของเรา คือการสร้างเสริมคุณค่าของแบรนด์ ตลอดระยะเวลาห้าปีที่เราประสบความสำเร็จด้วยผลงานที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ สิ่งเหล่านี้เปิดโอกาสให้เราได้สรรสร้างคุณสมบัติที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อความเป็นบรรษัทภิบาลที่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณชน ทั้งในส่วนของเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม" "ในปี 2019 เราสามารถทำลายสถิติในส่วนของรายได้ และผลกำไรก่อนรายการพิเศษ กำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นผลรวมจากปริมาณการจำหน่ายที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับการพัฒนาธุรกิจในส่วนงานและแผนกอื่นๆ ของเรา พร้อมกับการเติบโตของบริษัท ต้นทุนคงที่หรือ fixed costs ที่สูงขึ้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ งบประมาณลงทุนจำนวนมหาศาลในส่วนของยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าและระบบดิจิทัล รวมทั้งอัตราการแลกเปลี่ยนค่าเงิน ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบกับผลการดำเนินงานของเราทั้งสิ้น" Lutz Meschke รองประธาน และสมาชิกคณะกรรมการบริหารผู้กำกับดูแลส่วนงานการเงิน และเทคโนโลยีสารสนเทศของ Porsche AG แสดงความคิดเห็นต่อไปอีกว่า "อย่างไรก็ตาม เป็นอีกครั้งที่เราประสบความสำเร็จตามแผนกลยุทธ์ที่ตั้งเป้าเอาไว้ ด้วยอัตราผลตอบแทนจากการขายก่อนรายการพิเศษที่ 15.4 เปอร์เซ็นต์ และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 21.2 เปอร์เซ็นต์" [center][img]https://i.imgur.com/KxSSaiR.jpg[/img][/center] ในส่วนของกรณีเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 เป็นจำนวน 0.5 พันล้านยูโร นั้น ส่งผลกระทบต่อรายงานการเงินของ Porsche AG ในปีงบประมาณ 2019 ทำให้ผลประกอบการหลังรายการพิเศษนี้อยู่ที่ 3.86 พันล้านยูโร และผลตอบแทนจากการขายหลังรายการพิเศษคิดเป็นอัตราส่วน 13.5 เปอร์เซ็นต์ [b]เติบโตอย่างแข็งแกร่งในประเทศเยอรมนี และทวีปยุโรป[/b] ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) และ มาคันน์ (Macan) เป็นรถยนต์ 2 รุ่นที่มีส่วนสำคัญยิ่งต่อการเพิ่มขึ้นของยอดส่งมอบโดยรวม โดยปอร์เช่ คาเยนน์ (Cayenne) กว่า 92,055 คันถูกส่งถึงมือลูกค้าทั่วทุกมุมโลก หรือคิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นถึง 29 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า ทางด้าน มาคันน์ (Macan) ก็มียอดจำหน่ายสูงถึง 99,944 คัน เพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2018 ส่วนของการทำตลาดในถิ่นฐานบ้านเกิดของแบรนด์ และตลาดภาคพื้นยุโรป ปอร์เช่สามารถสร้างอัตราการเติบโตที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปี 2019 จากยอดจำหน่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์ เริ่มด้วยยนตรกรรมสปอร์ตจำนวนกว่า 31,618 คัน ได้รับการส่งมอบไปยังลูกค้าในเยอรมนี ตามด้วยอีกกว่า 88,975 คัน ถูกจำหน่ายไปทั่วทั้งทวีปยุโรป นอกจากนี้ บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำของโลกยังสามารถทุบสถิติในตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด2 แห่งลงได้ นั่นคือประเทศจีน ด้วยยอดส่งมอบ 86,752 คัน นับเป็นตัวเลขการส่งมอบรถยนต์ใหม่ที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2018 เช่นเดียวกับตลาดประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปอร์เช่ยังคงรักษาอัตราการเติบโตของยอดขายรถยนต์เอาไว้ได้ที่ 8 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นจำนวนยอดส่งมอบกว่า 61,568 คัน นับเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ผู้ผลิตรถสปอร์ตรายนี้ สามารถเอาชนะสถานการณ์ภาพรวมทางเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนักของ 2 ประเทศมหาอำนาจดังกล่าวไปได้ [center][img]https://i.imgur.com/uteZxDU.jpg[/img][/center] [b]การพัฒนาอย่างยั่งยืน[/b] ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า คือภาระกิจหนึ่งของปอร์เช่: ตำแหน่งงานใหม่ประมาณกว่า 2,000 อัตรา ได้ถูกสร้างขึ้นรองรับการมาถึงของ ไทคานน์ (Taycan) และบริษัทยังได้ดำเนินการจัดตั้งแคมเปญพิเศษเพื่อสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะ โดยรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าทุกรุ่นที่ถือกำเนิดที่โรงงาน Zuffenhausen ล้วนแล้วแต่ผ่านสายการผลิตที่ปราศจากสารประกอบคาร์บอน หรือ carbon-neutral นับตั้งแต่ต้นปี 2020 ปอร์เช่เริ่มเปลี่ยนแปลงแหล่งพลังงานที่จ่ายให้โรงงานเป็นแบบปราศจากสารประกอบคาร์บอนเช่นเดียวกัน: ในส่วนของสำนักงานที่สร้างขึ้นใหม่จะเป็นอาคารประหยัดพลังงาน และใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ทั้งนี้ บริษัทสามารถผลิตพลังงานความร้อนได้จากโรงไฟฟ้า CHP ของตนเอง ซึ่งอาศัยการเผาไหม้ของก๊าซชีวภาพจากวัสดุรีไซเคิล และสิ่งปฏิกูล [b]ทุ่มงบประมาณเพื่อลงทุน[/b] ภายในปี 2024 บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำของโลกแห่งนี้ จะใช้เม็ดเงินลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านยูโร สำหรับการพัฒนาระบบ hybridisation ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีดิจิทัลในรถยนต์ รวมทั้งการก้าวขึ้นสู่ระดับหัวแถวขององค์กรผู้บุกเบิกยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า สำหรับยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นต่อไปที่กำลังจะเปิดตัว คือรุ่นย่อยของปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) ด้วยตัวถังครอส ทัวริสโม่ (Cross Turismo) ตามด้วย มาคันน์ (Macan) รถสปอร์ต compact SUV เจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งจะได้รับการติดตั้งขุมพลังขับเคลื่อนไฟฟ้าเช่นเดียวกัน กลยุทธการดำเนินงานของปอร์เช่ในระยะถัดไป คือการเสริมรุ่นย่อยในทุกโมเดลด้วยระบบขับเคลื่อนพลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่อย่างสมบูรณ์แบบ โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถบรรลุแผนการดังกล่าวได้ภายในช่วงกลางของทศวรรษนี้ ปริมาณกว่าครึ่งของรถยนต์ทุกรุ่นที่ถูกจำหน่ายจะเป็นรถไฟฟ้า หรือรถยนต์ที่ติดตั้งขุมพลังไฮบริด [center][img]https://i.imgur.com/daeeRao.jpg[/img][/center] "เราได้รับการยืนยันคำสั่งซื้อจากลูกค้าประมาณ 30,000 ราย สำหรับปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในเดือนกันยายนที่ผ่านมา” Blume กล่าวเสริม “ลูกค้าของเรามากกว่า 15,000 คน ได้ลงนามในหนังสือสัญญาสั่งซื้อเป็นที่เรียบร้อย ปอร์เช่มั่นใจว่าจะสามารถผลิตรถยนต์เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสูงในปี 2020 จากการมาถึงของ ไทคานน์ (Taycan) รวมทั้ง 911, 718 และ คาเยนน์ (Cayenne) ในรูปแบบตัวถังใหม่" "ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เรากำลังจะเผชิญหน้ากับวิกฤติเศรษฐกิจที่มาจากความท้าทายของสภาวะแวดล้อม ไม่เพียงแต่ความผันผวนที่มีผลมาจากการระบาดของโคโรน่าไวรัส" Meschke CFO ของปอร์เช่อธิบาย ถึงแม้จะมีการลงทุนมหาศาล เพื่อการพัฒนาระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าสำหรับผลิตภัณฑ์ยานยนต์รุ่นต่างๆ เทคโนโลยีดิจิทัล รวมไปถึงการขยาย และปรับปรุงส่วนงานต่างๆ ขององค์กรก็ตาม แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่นรักษาระดับการบรรลุเป้าหมายขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง Meschke เสริมต่อไปอีกว่า "มาตรการต่างๆ มีขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และพัฒนาสิ่งใหม่ๆ สร้างผลประโยชน์จากหลากหลายธุรกิจ เราตั้งเป้าเพื่อความสำเร็จในเชิงกลยุทธ ด้วยตัวเลขอัตราการตอบแทนจากการขายที่ 15 เปอร์เซ็นต์" Meschke เน้นย้ำส่งท้าย[/QUOTE]
Log in with Facebook
Log in with Twitter
Log in with Google
Your name or email address:
Do you already have an account?
No, create an account now.
Yes, my password is:
Forgot your password?
Stay logged in
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
Forums
>
Portal
>
News
>
ผลการดำเนินงานของปอร์เช่ หลังปีแห่งการกำเนิดขุมพลังไฟฟ้า - นวัตกรรม ความยั่งยืน และความสำเร็จ
>
Home
Home
Quick Links
Recent Posts
Recent Activity
Authors
Forums
Forums
Quick Links
Search Forums
Recent Posts
Classifieds
Classifieds
Quick Links
Search Classifieds
Recent Activity
Top Rated Traders
Media
Media
Quick Links
Search Media
New Media
Members
Members
Quick Links
Notable Members
Registered Members
Current Visitors
Recent Activity
New Profile Posts
Menu
Search titles only
Posted by Member:
Separate names with a comma.
Newer Than:
Search this thread only
Search this forum only
Display results as threads
Useful Searches
Recent Posts
More...