Log in or Sign up
ติดต่อลงโฆษณา
[email protected]
หรือโทร. 081-811-1138 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
Forums
>
RacingWeb Community
>
Racing Forum (Cars Forum)
>
?Ǻ ??? 28 ?Ǻ? ????ǹ?ѡ ???????ʔ ??µ?ͷҧ??
>
Reply to Thread
Name:
Verification:
Please enable JavaScript to continue.
Loading...
Message:
<p>[QUOTE="PeNgMaN, post: 1160590, member: 1100"]<font size="5">ทำอย่างไรเมื่อรถหาย</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> </font></p><p><font size="5">1. สอบถามบุคคลที่อยู่ใกล้รถเพื่อทราบเบาะแสของคนร้าย </font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> ตามปกติรถที่เราจอดอยู่ หากไม่เป็นที่ลับตาคนเกินไป ส่วนมากคนที่อยู่บริเวณใกล้ที่จอดรถอยู่มักจะมีคนรู้เห็น สิ่งแรก ต้องตั้งสติให้ดีเสียก่อนเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปก่อนที่จะทันแจ้งความ จากนั้นเราก็รีบสอบถามคนที่อยู่บริเวณนั้นให้ได้ความว่า เห็นคนร้ายรูปร่าง ลักษณะ ตำหนิ รูปพรรณมาเอารถเราไปอย่างไรหรือไม่ และรถนั้นคนร้ายได้ขับไปในทางใด นานเท่าไรแล้ว เมื่อได้ข้อมูลแล้วให้รีบจดชื่อ ที่อยู่ของพยานคนที่บอกเราไว้ให้ดี เพราะเขาจะเป็นพยานสำคัญของเราเมื่อคดีไปถึงตำรวจ อัยการและศาล เมื่อได้ข้อมูลหรือไม่ได้ข้อมูลก็ต้องรีบดำเนินการในข้อต่อไป</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> </font></p><p><font size="5">2.. แจ้งความต่อตำรวจที่ใกล้ที่สุดด้วยวาจาโดยเร็วที่สุด </font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> รถหายนั้นถ้าแจ้งตำรวจให้เร็วที่สุดเพียงใด โอกาสที่จะได้รถคืนก็มีมากที่สุดเท่านั้น เพราะตำรวจมีโอกาสที่จะสกัดจับคนร้ายได้รวดเร็วและทันท่วงที การแจ้งตำรวจที่ใกล้ที่สุดนั้น หากเราเห็นตำรวจอยู่บริเวณนั้น หรือที่ใกล้ที่สุดมีตำรวจอยู่ เราก็จะต้องรีบวิ่งไปบอกตำรวจทันที เพราะการที่เราบอกตำรวจด้วยวาจานั้น บางทีเร็วกว่าที่จะโทรศัพท์แจ้งตำรวจอีก และเมื่อตำรวจรับแจ้งแล้ว เขาก็สามารถติดต่อ ศูนย์ปราบปรามโจรกรรมรถได้โดยเร็วกว่าเรา</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> </font></p><p><font size="5"> </font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> </font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> <font size="7"><b><span style="color: Yellow">3. โทรศัพท์แจ้งตำรวจ </span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"><br /></span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow">ตำรวจได้ตั้งศูนย์ป้องกัน และปราบปรามการโจรกรรมรถขึ้นในกรมตำรวจแล้ว การโทรศัพท์แจ้งความนั้น ถ้าเราจะโทรศัพท์ไปยังสถานีตำรวจ บางทีเราก็หาเบอร์โทรศัพท์สถานีตำรวจไม่พบ หรือโทรศัพท์ บางทีกว่าจะโทรศัพท์ได้ผลก็กินเวลาถึงครึ่งชั่วโมงก็มี กว่าตำรวจตามสถานีตำรวจจะรู้ คนร้ายก็พารถเราหายไปเป็นชั่วโมงๆ แล้ว เพราะฉะนั้น เพื่อความรวดเร็วฉับพลัน ควรโทรโดยตรงดังต่อไปนี้</span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"><br /></span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"> (1) โทรหมายเลขพิเศษ 1192″ (ศปร.ตร.) ตลอด24ชั่วโมง เพื่อความรวดเร็ว ในการติดตามสกัดจับคนร้าย และเพื่อความรวดเร็วในการกระจายข่าวสาร, ข้อมูลของรถที่ถูกโจรกรรม ไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง</span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"><br /></span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"> (2) โทรไป "ศูนย์ผ่านฟ้า 191" จำไว้ไให้ดีนะครับ "191 ผ่านฟ้า" จดไว้เลยก็ได้กันลืม หรือโทร. 02-246-1312-8 </span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"><br /></span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"> (3) ถ้ารถหายในเขตกองบังคับการตำรวจนครบาลเหนือ (บกน.เหนือ) ก็ให้โทรไปยัง "ศูนย์รามา" โทร. 02-245-071-3</span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"><br /></span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"> (4) ถ้ารถหายในเขตกองบังคับการตำรวนครบาลใต้ ให้โทร. "ศูนย์นารายณ์" โทร.02-234-5678</span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"><br /></span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"> (5) ถ้ารถหายในเขตธนบุรี ให้โทรไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาลธนบุรี โทร. 02-413-1653-6</span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"><br /></span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"> (6) ศูนย์ป้องกันปราบปรามโจรกรรมรถยนต์ และจักรยานยนต์กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปร.น.) โทร.02-245-6951, 02-245-9059</span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"><br /></span></b></font></font></p><p><font size="5"><font size="7"><b><span style="color: Yellow"> ส่วนรถที่อยู่ในต่างจังหวัด ท่านก็รีบติดต่อโทรศัพท์ไปยัง สถานีตำรวจและกองกำกับการต่างๆ และหากจะโทรประสานงานมายังศูนย์ที่กรุงเทพฯ - ธนบุรี ดังกล่าวด้วยก็จะเป็นการดี ตำรวจเขาจะได้ประสานงานกับท้องที่ที่เกิดเหตุได้ทันการณ์</span></b></font></font></p><p><font size="5"> </font></p><p><font size="5">4. ต้องบอกรายละเอียดเกี่ยวกับรถให้ถูกต้องและรวดเร็ว </font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5">รายละเอียดตำหนิ รูปพรรณเกี่ยวกับรถของเรา จะต้องจดไว้ประจำตัวตลอดเวลา เพื่อนำออกมาใช้ในยามฉุกเฉิน สมมุติว่าเราบันทึกไว้ในสมุดส่วนตัวของเราว่า "รถโตโยต้า โคโรน่า สีขาว รุ่น อาร์ที ทะเบียน 9จ-777 กทม. หมายเลขเครื่อง 6 ดี-326782 หมายเลขตัวถึง 3 เอ็ม-4215723-64 ตำหนิกันชนท้ายด้านขวาบุบ กระโปรงหน้าด้านซ้ายมีรอยขีดข่วน ยาว 2 เซนติเมตร ผ้าบุหลังคารถตรงหัวคนขับมีรอยถูกกรีด ที่ป้ายวงกลมมีรอยเปื้อนน้ำหมึก 2 จุด..." บันทึกฉบับนี้นักเลงรถทั้งหลายควรจะบันทึกติดตัวไว้ตลอดเวลา สามารถเอาออกมาใช้ในยามฉุกเฉินได้ทันท่วงที</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> </font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5">พอรถเราหาย แทนที่เราจะมามัวนึกกว่ารถเรามีตำหนิที่ไหน หมายเลขเครื่องเท่าไร หมายเลขตัวถังเท่าไร ก็พอดีคนร้ายเอารถหลบหนีไปแล้ว เพราะฉะนั้นพอเรารู้ว่ารถหายปั๊บ เราก็ควักเอาสมุดบันทึกรายละเอียดรถของเราออกมาทันที พร้อมกับอ่านข้อความที่เราจดไว้ให้ตำรวจทันที ตำรวจจะจดรายละเอียดของข้อมูลได้ทันควัน แล้วรีบแจ้งข้อมูลให้ตำรวจในเครือข่ายดักจับคนร้ายอย่างรวดเร็ว วิธีนี้เป็นวิธีที่ช่วยตำรวจได้ดีที่สุด เพราะแม้ไอ้โจรมันจะเปลี่ยนป้ายทะเบียน ตำหนิรถ และเลขเครื่องรถ ก็ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ยากที่โจรจะหลุดมือไปได้ถ้าตำรวจค้นรถให้เรา </font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> </font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> </font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> </font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5">5. ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ จะต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจที่รถหายในเขตอำนาจของสถานีตำรวจนั้นๆ และจะต้องนำหลักฐานดังต่อนี้ไปด้วย</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> (1) บัตรประจำตัว</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> (2) ใบสำมะโนครัว (ทะเบียนบ้าน)</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> (3) บัตรประจำตัวข้าราชการ</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> (4) หนังสือเดินทาง พาสปอร์ตสำหรับชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาภายในประเทศ</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> (5) ถ้าไปแจ้งความแทนคนอื่นที่เป็นเจ้าของรถ ให้มีใบมอบอำนาจเจ้าของรถให้ไปแจ้งความด้วย</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> (6) ถ้าเป็นผู้แทนผู้เยาว์หรือไร้ความสามารถ ก็ให้เตรียมใบสำคัญ แสดงการเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ หรือใบสำคัญแสงการเป็นผู้อนุบาล ของผู้ไร้ความสามารถ ตามคำสั่งศาลติดตัวไปด้วย</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> (7) ใบคู่มือประจำรถ เอกสารประจำรถ ใบทะเบียนรถ</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> (8) หากเป็นรถผ่อนส่ง ก็ให้นำสัญญาเช่าซื้อติดตัวไปด้ว</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> (9) ให้ภาพถ่ายรถให้แก่ตำรวจไว้ ถ้ามีภาพถ่ายรถของเราหลายๆ ภาพเป็นภาพสีให้กับตำรวจไว้จะเป็นการดีมาก เพราะภาพถ่ายย่อมมีรายละเอียดมากกว่าคำอธิบายตั้งหลายเท่า</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> การแจ้งความนั้นควรที่จะให้รายละเอียดอย่างดีที่สุดแก่ตำรวจ และอย่าลืมว่าหากท่านได้จดชื่อ-ที่อยู่ของพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ ก็ให้รายละเอียดนั้นแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย </font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> </font></p><p><font size="5">6. ขอคัดสำเนาการแจ้งความจากตำรวจไว้เป็นหลักฐาน เพื่อที่จะได้เก็บรวบรวมไว้เป็หลักฐานในกรณีที่มีการยึดรถคืนได้ หรือเราไปพบรถของเราที่ใด เราจะได้นำสำเนาแจ้งความนั้นให้ตำรวจในเขตที่ยึดรถได้ดูเป็นหลักฐาน จะได้สะดวกในการรับคืนในภายหลัง</font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> </font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5">ขอให้ทุกคนโชคดี ได้รถกลับคืนครับ </font></p><p><font size="5"><br /></font></p><p><font size="5"> </font>[/QUOTE]</p><p><br /></p>
[QUOTE="PeNgMaN, post: 1160590, member: 1100"][SIZE="5"]ทำอย่างไรเมื่อรถหาย 1. สอบถามบุคคลที่อยู่ใกล้รถเพื่อทราบเบาะแสของคนร้าย ตามปกติรถที่เราจอดอยู่ หากไม่เป็นที่ลับตาคนเกินไป ส่วนมากคนที่อยู่บริเวณใกล้ที่จอดรถอยู่มักจะมีคนรู้เห็น สิ่งแรก ต้องตั้งสติให้ดีเสียก่อนเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปก่อนที่จะทันแจ้งความ จากนั้นเราก็รีบสอบถามคนที่อยู่บริเวณนั้นให้ได้ความว่า เห็นคนร้ายรูปร่าง ลักษณะ ตำหนิ รูปพรรณมาเอารถเราไปอย่างไรหรือไม่ และรถนั้นคนร้ายได้ขับไปในทางใด นานเท่าไรแล้ว เมื่อได้ข้อมูลแล้วให้รีบจดชื่อ ที่อยู่ของพยานคนที่บอกเราไว้ให้ดี เพราะเขาจะเป็นพยานสำคัญของเราเมื่อคดีไปถึงตำรวจ อัยการและศาล เมื่อได้ข้อมูลหรือไม่ได้ข้อมูลก็ต้องรีบดำเนินการในข้อต่อไป 2.. แจ้งความต่อตำรวจที่ใกล้ที่สุดด้วยวาจาโดยเร็วที่สุด รถหายนั้นถ้าแจ้งตำรวจให้เร็วที่สุดเพียงใด โอกาสที่จะได้รถคืนก็มีมากที่สุดเท่านั้น เพราะตำรวจมีโอกาสที่จะสกัดจับคนร้ายได้รวดเร็วและทันท่วงที การแจ้งตำรวจที่ใกล้ที่สุดนั้น หากเราเห็นตำรวจอยู่บริเวณนั้น หรือที่ใกล้ที่สุดมีตำรวจอยู่ เราก็จะต้องรีบวิ่งไปบอกตำรวจทันที เพราะการที่เราบอกตำรวจด้วยวาจานั้น บางทีเร็วกว่าที่จะโทรศัพท์แจ้งตำรวจอีก และเมื่อตำรวจรับแจ้งแล้ว เขาก็สามารถติดต่อ ศูนย์ปราบปรามโจรกรรมรถได้โดยเร็วกว่าเรา [SIZE="7"][B][COLOR="Yellow"]3. โทรศัพท์แจ้งตำรวจ ตำรวจได้ตั้งศูนย์ป้องกัน และปราบปรามการโจรกรรมรถขึ้นในกรมตำรวจแล้ว การโทรศัพท์แจ้งความนั้น ถ้าเราจะโทรศัพท์ไปยังสถานีตำรวจ บางทีเราก็หาเบอร์โทรศัพท์สถานีตำรวจไม่พบ หรือโทรศัพท์ บางทีกว่าจะโทรศัพท์ได้ผลก็กินเวลาถึงครึ่งชั่วโมงก็มี กว่าตำรวจตามสถานีตำรวจจะรู้ คนร้ายก็พารถเราหายไปเป็นชั่วโมงๆ แล้ว เพราะฉะนั้น เพื่อความรวดเร็วฉับพลัน ควรโทรโดยตรงดังต่อไปนี้ (1) โทรหมายเลขพิเศษ 1192″ (ศปร.ตร.) ตลอด24ชั่วโมง เพื่อความรวดเร็ว ในการติดตามสกัดจับคนร้าย และเพื่อความรวดเร็วในการกระจายข่าวสาร, ข้อมูลของรถที่ถูกโจรกรรม ไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง (2) โทรไป "ศูนย์ผ่านฟ้า 191" จำไว้ไให้ดีนะครับ "191 ผ่านฟ้า" จดไว้เลยก็ได้กันลืม หรือโทร. 02-246-1312-8 (3) ถ้ารถหายในเขตกองบังคับการตำรวจนครบาลเหนือ (บกน.เหนือ) ก็ให้โทรไปยัง "ศูนย์รามา" โทร. 02-245-071-3 (4) ถ้ารถหายในเขตกองบังคับการตำรวนครบาลใต้ ให้โทร. "ศูนย์นารายณ์" โทร.02-234-5678 (5) ถ้ารถหายในเขตธนบุรี ให้โทรไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาลธนบุรี โทร. 02-413-1653-6 (6) ศูนย์ป้องกันปราบปรามโจรกรรมรถยนต์ และจักรยานยนต์กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปร.น.) โทร.02-245-6951, 02-245-9059 ส่วนรถที่อยู่ในต่างจังหวัด ท่านก็รีบติดต่อโทรศัพท์ไปยัง สถานีตำรวจและกองกำกับการต่างๆ และหากจะโทรประสานงานมายังศูนย์ที่กรุงเทพฯ - ธนบุรี ดังกล่าวด้วยก็จะเป็นการดี ตำรวจเขาจะได้ประสานงานกับท้องที่ที่เกิดเหตุได้ทันการณ์[/COLOR][/B][/SIZE] 4. ต้องบอกรายละเอียดเกี่ยวกับรถให้ถูกต้องและรวดเร็ว รายละเอียดตำหนิ รูปพรรณเกี่ยวกับรถของเรา จะต้องจดไว้ประจำตัวตลอดเวลา เพื่อนำออกมาใช้ในยามฉุกเฉิน สมมุติว่าเราบันทึกไว้ในสมุดส่วนตัวของเราว่า "รถโตโยต้า โคโรน่า สีขาว รุ่น อาร์ที ทะเบียน 9จ-777 กทม. หมายเลขเครื่อง 6 ดี-326782 หมายเลขตัวถึง 3 เอ็ม-4215723-64 ตำหนิกันชนท้ายด้านขวาบุบ กระโปรงหน้าด้านซ้ายมีรอยขีดข่วน ยาว 2 เซนติเมตร ผ้าบุหลังคารถตรงหัวคนขับมีรอยถูกกรีด ที่ป้ายวงกลมมีรอยเปื้อนน้ำหมึก 2 จุด..." บันทึกฉบับนี้นักเลงรถทั้งหลายควรจะบันทึกติดตัวไว้ตลอดเวลา สามารถเอาออกมาใช้ในยามฉุกเฉินได้ทันท่วงที พอรถเราหาย แทนที่เราจะมามัวนึกกว่ารถเรามีตำหนิที่ไหน หมายเลขเครื่องเท่าไร หมายเลขตัวถังเท่าไร ก็พอดีคนร้ายเอารถหลบหนีไปแล้ว เพราะฉะนั้นพอเรารู้ว่ารถหายปั๊บ เราก็ควักเอาสมุดบันทึกรายละเอียดรถของเราออกมาทันที พร้อมกับอ่านข้อความที่เราจดไว้ให้ตำรวจทันที ตำรวจจะจดรายละเอียดของข้อมูลได้ทันควัน แล้วรีบแจ้งข้อมูลให้ตำรวจในเครือข่ายดักจับคนร้ายอย่างรวดเร็ว วิธีนี้เป็นวิธีที่ช่วยตำรวจได้ดีที่สุด เพราะแม้ไอ้โจรมันจะเปลี่ยนป้ายทะเบียน ตำหนิรถ และเลขเครื่องรถ ก็ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ยากที่โจรจะหลุดมือไปได้ถ้าตำรวจค้นรถให้เรา 5. ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ จะต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจที่รถหายในเขตอำนาจของสถานีตำรวจนั้นๆ และจะต้องนำหลักฐานดังต่อนี้ไปด้วย (1) บัตรประจำตัว (2) ใบสำมะโนครัว (ทะเบียนบ้าน) (3) บัตรประจำตัวข้าราชการ (4) หนังสือเดินทาง พาสปอร์ตสำหรับชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาภายในประเทศ (5) ถ้าไปแจ้งความแทนคนอื่นที่เป็นเจ้าของรถ ให้มีใบมอบอำนาจเจ้าของรถให้ไปแจ้งความด้วย (6) ถ้าเป็นผู้แทนผู้เยาว์หรือไร้ความสามารถ ก็ให้เตรียมใบสำคัญ แสดงการเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ หรือใบสำคัญแสงการเป็นผู้อนุบาล ของผู้ไร้ความสามารถ ตามคำสั่งศาลติดตัวไปด้วย (7) ใบคู่มือประจำรถ เอกสารประจำรถ ใบทะเบียนรถ (8) หากเป็นรถผ่อนส่ง ก็ให้นำสัญญาเช่าซื้อติดตัวไปด้ว (9) ให้ภาพถ่ายรถให้แก่ตำรวจไว้ ถ้ามีภาพถ่ายรถของเราหลายๆ ภาพเป็นภาพสีให้กับตำรวจไว้จะเป็นการดีมาก เพราะภาพถ่ายย่อมมีรายละเอียดมากกว่าคำอธิบายตั้งหลายเท่า การแจ้งความนั้นควรที่จะให้รายละเอียดอย่างดีที่สุดแก่ตำรวจ และอย่าลืมว่าหากท่านได้จดชื่อ-ที่อยู่ของพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ ก็ให้รายละเอียดนั้นแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย 6. ขอคัดสำเนาการแจ้งความจากตำรวจไว้เป็นหลักฐาน เพื่อที่จะได้เก็บรวบรวมไว้เป็หลักฐานในกรณีที่มีการยึดรถคืนได้ หรือเราไปพบรถของเราที่ใด เราจะได้นำสำเนาแจ้งความนั้นให้ตำรวจในเขตที่ยึดรถได้ดูเป็นหลักฐาน จะได้สะดวกในการรับคืนในภายหลัง ขอให้ทุกคนโชคดี ได้รถกลับคืนครับ [/SIZE][/QUOTE]
Log in with Facebook
Log in with Twitter
Log in with Google
Your name or email address:
Do you already have an account?
No, create an account now.
Yes, my password is:
Forgot your password?
Stay logged in
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
Forums
>
RacingWeb Community
>
Racing Forum (Cars Forum)
>
?Ǻ ??? 28 ?Ǻ? ????ǹ?ѡ ???????ʔ ??µ?ͷҧ??
>
Home
Home
Quick Links
Recent Posts
Recent Activity
Authors
Forums
Forums
Quick Links
Search Forums
Recent Posts
Classifieds
Classifieds
Quick Links
Search Classifieds
Recent Activity
Top Rated Traders
Media
Media
Quick Links
Search Media
New Media
Members
Members
Quick Links
Notable Members
Registered Members
Current Visitors
Recent Activity
New Profile Posts
Menu
Search titles only
Posted by Member:
Separate names with a comma.
Newer Than:
Search this thread only
Search this forum only
Display results as threads
Useful Searches
Recent Posts
More...