Log in or Sign up
ติดต่อลงโฆษณา
[email protected]
หรือโทร. 081-811-1138 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
Forums
>
Community Car Clubs
>
Pickup Car Clubs
>
MiNi Truck Club
>
คุยกันแบบวิชาการ เพื่อเป็นแนวทางในการทำรถกันบ้างดีมั้ยคับ
>
Reply to Thread
Name:
Verification:
Please enable JavaScript to continue.
Loading...
Message:
<p>[QUOTE="NONG_SCG, post: 1204999, member: 72265"]จะจะเลยนะครับ</p><p><br /></p><p>ความแตกต่างในหลักการทำงาน เนื่องจากการทำงานของเครื่องยนต์ทั้ง 2 ชนิดนี้ไม่เหมือนกัน กล่าวคือ เครื่องยนต์ดีเซลจะใช้การจุดระเบิดด้วยการฉีดเชื้อเพลิงเข้าสันดาป กับอากาศที่ถูกอัดอยู่ภายในห้องสันดาปซึ่งมีอุณหภูมิอัดตัวสูง คามเร็วรอบภาระของเครื่องสามารถควบคุมได้โดยการปรับแต่งปริมาณน้ำมันที่ฉีดเข้าสูบ ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน จุดระเบิดส่วนผสมน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศด้วยประกายไฟจากหัวเทียน คาร์บูเรเตอร์จะช่วยทำหน้าที่ผสมน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศให้มีอัตราส่วนที่ถูกต้องและให้ประมาณของส่วนผสมเข้าห้องสันดาปได้ตามความเหมาะสม ความเร็วรอบ และภาระของเครื่องให้การควบคุมปรับแต่งด้วยการปิดเปิดของลิ้นเร่ง ( throttle vslve ) </p><p><br /></p><p>จากหลักการที่ต่างกันของเครื่องยนต์ทั้ง 2 ชนิด จึงมีข้อเปรียบเทียบที่เกี่ยวกับการทำงานของเครื่องยนต์ทั้ง 2 ชนิด ดังนี้ </p><p><br /></p><p>1. อัตราส่วนความอัด เครื่องยนต์เบนซินจะมีอัตราส่วนความอัดต่ำ อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 5 ถึง 10.5 ต่อ 1 ทั้งนี้เป็นเพราะ ข้อจำกัดเกี่ยวกับคุณภาพการต้านทานการน็อคของเชื้อเพลิง ถ้าใช้อัตราส่วนความอัดสูงเกินไปจะทำให้เกิดการระเบิดซ้อนรุนแรง หรือที่เรียกว่า ดีโทเนชัน ( detonation ) ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลจะใช้อัตราส่วนความอัดสูง ได้ประมาณ 12 ถึง 20 ต่อ 1 หรือมากกว่า จากอัตราส่วนความอัดที่สูงของเครื่องยนต์ดีเซลนี้ เป็นผลให้เครื่องยนต์ได้ประสิทธิภาพทางความร้อนสูงกว่าเครื่องยนต์เบนซินช่วยลดการเกิดดีโทเนชัน ทำให้ไม่เกิดการชิงจุดระเบิด ( preignition ) และกำลังที่ได้ออกมาสูง </p><p><br /></p><p>2. กำลังดันการทำงาน เครื่องยนต์ดีเซลจะมีกำลังดันสูง ทั้งนี้เป็นผลมาจากการใช้อัตราส่วนความอัดสูง ทำให้อากาศอัดภายในกระบอกสูบมีความร้อนมากจนเกิดอุณหภูมิจุดระเบิดของเชื้อเพลิง แรงอัดภายในกระบอกสูบของเครื่องยนต์ดีเซลมีประมาณ 28 ถึง 50 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ในขณะที่เครื่องยนต์เบนซินจะมีเพียง 7 ถึง 15 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร </p><p><br /></p><p>3.ความเร็วรอบของการทำงาน ความเร็วรอบของเครื่องนั้นจะเกี่ยวข้องกับกำลังม้าของเครื่องความเร็วรอบจะเปลี่ยนแปลงหรือมีขนาดต่าง ๆ กันไปตามความแตกต่างของเครื่อง โดยปกติแล้วความเร็วรอบของเครื่องยนต์เบนซินจะสูงกว่าเครื่องยนต์ดีเซล เช่น รถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องรอบสูง ปรากฏว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินจะให้กำลังสูงสุดที่ความเร็วรอบประมาณ 3000 ถึง 4000 รอบต่อนาที ในขณะที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซลจะให้กำลังสูงสุดที่ความเร็วรอบประมาณ 400 ถึง 1200 รอบต่อนาที </p><p><br /></p><p>4. การจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสูบ ในเครื่องยนต์ประเภทหลายสูบ ปรากฏว่าการจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสูบของเครื่องยนต์เบนซินจะยุ่งยากกว่า เพราะจะต้องจ่ายส่วนผสมเข้าสูบต่าง ๆ ให้แต่ละสูบได้รับอัตราส่วนผสมเท่ากันทุกสูบ แต่เนื่องจากละอองของส่วนผสมจะต้องผ่านท่อร่วมไอดีก่อนที่เข้าถึงแต่ละสูบ ผนังท่อร่วมไอดีมีส่วนขัดขวางการไหลของไอดี จึงเป็นเหตุให้อัตราส่วนผสมที่เข้าไปยังสูบต่าง ๆ อาจไม่เท่ากัน ในขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล การจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสูบจะดีกว่า เพราะใช้วิธีฉีดเชื้อเพลิงออกจากหัวฉีดเข้าภายในแต่ละสูบโดยตรง </p><p><br /></p><p>5. การซูเปอร์ชาร์จ เป็นการอัดอากาศเข้าไปในสูบเพื่อให้มีกำลังดันสูงกว่ากำลังดันของอากาศที่เครื่องจะดูดได้เองตามปกติ ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลอาจเพิ่มปริมาตรของไอดีได้โดยการซูเปอร์ชาร์จ แต่ปริมาณการซูเปอร์ชาร์จที่จะให้กับเครื่องยนต์เบนซินนั้นถูกจำกัดเพราะการเกิด ดีโทเนชันในขณะที่ถ้าเป็นเครื่องยนต์ดีเซลจะเป็นการป้องกันการเกิดดีโทเนชัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณของการซูเปอร์ชาร์จก็ถูกจำกัดด้วยขนาดของกำลังที่ใช้ในการขับเครื่องซูเปอร์ชาร์จ </p><p><br /></p><p>6. อุณหภูมิของไอเสีย เครื่องยนต์ดีเซลจะมีอุณหภูมิของไอเสียที่ปล่อยออกจากเครื่องต่ำกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ทั้งนี้เพราะว่าเครื่องยนต์ดีเซลให้อัตราส่วนความอัดสูงกว่า สามารถให้ประสิทธิภาพทางด้านความร้อนสูง นั่นคือ พลังงานความร้อนที่นำไปใช้งานจะมาก ความร้อนสูญไปกับไอเสียจะต่ำอุณภูมิของไอเสียจึงต่ำ </p><p><br /></p><p>7. การเริ่มเดินเครื่อง เครื่องยนต์ดีเซลจะเริ่มเดินเครื่องได้ยากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน สาเหตุเพราะเครื่องยนต์ดีเซลต้องใช้แรงพยายามขับเคลื่อนเพลาข้อเหวี่ยงมากเพื่อสามารถเอาชนะแรงอัดดันที่เกิดจากอัตราส่วนความอัดดันสูงมากของเครื่องยนต์ นอกจากนี้สภาวะแวดล้อมของอากาศที่เย็นทำให้อุณหภูมิของอากาศเมื่อเริ่มเดินเครื่องต่ำ ความร้อนจะถ่ายเทผ่านผนังห้องสันดาปไปได้มาก ยากแก่การที่จะทำให้อุณหภูมิอัดตัวเพิ่มสูงขึ้นได้ เมื่อเป็นเช่นนี้คามร้อนจึงไม่สูงพอที่จะจุดระเบิดเชื้อเพลิงที่ฉีดออกมาจากหัวฉีดได้</p><p><br /></p><p>อิอิ[/QUOTE]</p><p><br /></p>
[QUOTE="NONG_SCG, post: 1204999, member: 72265"]จะจะเลยนะครับ ความแตกต่างในหลักการทำงาน เนื่องจากการทำงานของเครื่องยนต์ทั้ง 2 ชนิดนี้ไม่เหมือนกัน กล่าวคือ เครื่องยนต์ดีเซลจะใช้การจุดระเบิดด้วยการฉีดเชื้อเพลิงเข้าสันดาป กับอากาศที่ถูกอัดอยู่ภายในห้องสันดาปซึ่งมีอุณหภูมิอัดตัวสูง คามเร็วรอบภาระของเครื่องสามารถควบคุมได้โดยการปรับแต่งปริมาณน้ำมันที่ฉีดเข้าสูบ ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน จุดระเบิดส่วนผสมน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศด้วยประกายไฟจากหัวเทียน คาร์บูเรเตอร์จะช่วยทำหน้าที่ผสมน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศให้มีอัตราส่วนที่ถูกต้องและให้ประมาณของส่วนผสมเข้าห้องสันดาปได้ตามความเหมาะสม ความเร็วรอบ และภาระของเครื่องให้การควบคุมปรับแต่งด้วยการปิดเปิดของลิ้นเร่ง ( throttle vslve ) จากหลักการที่ต่างกันของเครื่องยนต์ทั้ง 2 ชนิด จึงมีข้อเปรียบเทียบที่เกี่ยวกับการทำงานของเครื่องยนต์ทั้ง 2 ชนิด ดังนี้ 1. อัตราส่วนความอัด เครื่องยนต์เบนซินจะมีอัตราส่วนความอัดต่ำ อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 5 ถึง 10.5 ต่อ 1 ทั้งนี้เป็นเพราะ ข้อจำกัดเกี่ยวกับคุณภาพการต้านทานการน็อคของเชื้อเพลิง ถ้าใช้อัตราส่วนความอัดสูงเกินไปจะทำให้เกิดการระเบิดซ้อนรุนแรง หรือที่เรียกว่า ดีโทเนชัน ( detonation ) ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลจะใช้อัตราส่วนความอัดสูง ได้ประมาณ 12 ถึง 20 ต่อ 1 หรือมากกว่า จากอัตราส่วนความอัดที่สูงของเครื่องยนต์ดีเซลนี้ เป็นผลให้เครื่องยนต์ได้ประสิทธิภาพทางความร้อนสูงกว่าเครื่องยนต์เบนซินช่วยลดการเกิดดีโทเนชัน ทำให้ไม่เกิดการชิงจุดระเบิด ( preignition ) และกำลังที่ได้ออกมาสูง 2. กำลังดันการทำงาน เครื่องยนต์ดีเซลจะมีกำลังดันสูง ทั้งนี้เป็นผลมาจากการใช้อัตราส่วนความอัดสูง ทำให้อากาศอัดภายในกระบอกสูบมีความร้อนมากจนเกิดอุณหภูมิจุดระเบิดของเชื้อเพลิง แรงอัดภายในกระบอกสูบของเครื่องยนต์ดีเซลมีประมาณ 28 ถึง 50 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ในขณะที่เครื่องยนต์เบนซินจะมีเพียง 7 ถึง 15 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร 3.ความเร็วรอบของการทำงาน ความเร็วรอบของเครื่องนั้นจะเกี่ยวข้องกับกำลังม้าของเครื่องความเร็วรอบจะเปลี่ยนแปลงหรือมีขนาดต่าง ๆ กันไปตามความแตกต่างของเครื่อง โดยปกติแล้วความเร็วรอบของเครื่องยนต์เบนซินจะสูงกว่าเครื่องยนต์ดีเซล เช่น รถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องรอบสูง ปรากฏว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินจะให้กำลังสูงสุดที่ความเร็วรอบประมาณ 3000 ถึง 4000 รอบต่อนาที ในขณะที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซลจะให้กำลังสูงสุดที่ความเร็วรอบประมาณ 400 ถึง 1200 รอบต่อนาที 4. การจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสูบ ในเครื่องยนต์ประเภทหลายสูบ ปรากฏว่าการจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสูบของเครื่องยนต์เบนซินจะยุ่งยากกว่า เพราะจะต้องจ่ายส่วนผสมเข้าสูบต่าง ๆ ให้แต่ละสูบได้รับอัตราส่วนผสมเท่ากันทุกสูบ แต่เนื่องจากละอองของส่วนผสมจะต้องผ่านท่อร่วมไอดีก่อนที่เข้าถึงแต่ละสูบ ผนังท่อร่วมไอดีมีส่วนขัดขวางการไหลของไอดี จึงเป็นเหตุให้อัตราส่วนผสมที่เข้าไปยังสูบต่าง ๆ อาจไม่เท่ากัน ในขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล การจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสูบจะดีกว่า เพราะใช้วิธีฉีดเชื้อเพลิงออกจากหัวฉีดเข้าภายในแต่ละสูบโดยตรง 5. การซูเปอร์ชาร์จ เป็นการอัดอากาศเข้าไปในสูบเพื่อให้มีกำลังดันสูงกว่ากำลังดันของอากาศที่เครื่องจะดูดได้เองตามปกติ ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลอาจเพิ่มปริมาตรของไอดีได้โดยการซูเปอร์ชาร์จ แต่ปริมาณการซูเปอร์ชาร์จที่จะให้กับเครื่องยนต์เบนซินนั้นถูกจำกัดเพราะการเกิด ดีโทเนชันในขณะที่ถ้าเป็นเครื่องยนต์ดีเซลจะเป็นการป้องกันการเกิดดีโทเนชัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณของการซูเปอร์ชาร์จก็ถูกจำกัดด้วยขนาดของกำลังที่ใช้ในการขับเครื่องซูเปอร์ชาร์จ 6. อุณหภูมิของไอเสีย เครื่องยนต์ดีเซลจะมีอุณหภูมิของไอเสียที่ปล่อยออกจากเครื่องต่ำกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ทั้งนี้เพราะว่าเครื่องยนต์ดีเซลให้อัตราส่วนความอัดสูงกว่า สามารถให้ประสิทธิภาพทางด้านความร้อนสูง นั่นคือ พลังงานความร้อนที่นำไปใช้งานจะมาก ความร้อนสูญไปกับไอเสียจะต่ำอุณภูมิของไอเสียจึงต่ำ 7. การเริ่มเดินเครื่อง เครื่องยนต์ดีเซลจะเริ่มเดินเครื่องได้ยากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน สาเหตุเพราะเครื่องยนต์ดีเซลต้องใช้แรงพยายามขับเคลื่อนเพลาข้อเหวี่ยงมากเพื่อสามารถเอาชนะแรงอัดดันที่เกิดจากอัตราส่วนความอัดดันสูงมากของเครื่องยนต์ นอกจากนี้สภาวะแวดล้อมของอากาศที่เย็นทำให้อุณหภูมิของอากาศเมื่อเริ่มเดินเครื่องต่ำ ความร้อนจะถ่ายเทผ่านผนังห้องสันดาปไปได้มาก ยากแก่การที่จะทำให้อุณหภูมิอัดตัวเพิ่มสูงขึ้นได้ เมื่อเป็นเช่นนี้คามร้อนจึงไม่สูงพอที่จะจุดระเบิดเชื้อเพลิงที่ฉีดออกมาจากหัวฉีดได้ อิอิ[/QUOTE]
Log in with Facebook
Log in with Twitter
Log in with Google
Your name or email address:
Do you already have an account?
No, create an account now.
Yes, my password is:
Forgot your password?
Stay logged in
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
Forums
>
Community Car Clubs
>
Pickup Car Clubs
>
MiNi Truck Club
>
คุยกันแบบวิชาการ เพื่อเป็นแนวทางในการทำรถกันบ้างดีมั้ยคับ
>
Home
Home
Quick Links
Recent Posts
Recent Activity
Authors
Forums
Forums
Quick Links
Search Forums
Recent Posts
Classifieds
Classifieds
Quick Links
Search Classifieds
Recent Activity
Top Rated Traders
Media
Media
Quick Links
Search Media
New Media
Members
Members
Quick Links
Notable Members
Registered Members
Current Visitors
Recent Activity
New Profile Posts
Menu
Search titles only
Posted by Member:
Separate names with a comma.
Newer Than:
Search this thread only
Search this forum only
Display results as threads
Useful Searches
Recent Posts
More...